TRIPTALK EP11 ฉบับเต็ม เที่ยวยังไง?ให้ประหยัดแบบไม่ลำบากกับทริป3วัน2คืนนั่งรถไฟเที่ยว#เชียงใหม่

เที่ยวเชียงใหม่เป็นหนึ่งในที่เที่ยวยอดฮิตที่มีความน่าสนใจในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่งดงามหรือวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ เชียงใหม่มีอะไรมากมายที่คุณสามารถสำรวจได้ และหากคุณต้องการเที่ยวเชียงใหม่ในระยะเวลาที่จำกัด เรามีแผนทริปสำหรับคุณ! ในบทความนี้เราจะแนะนำการเที่ยวเชียงใหม่ในระยะเวลา 3 วัน 2 คืนที่คุณสามารถประหยัดเงินได้ โดยการใช้รถไฟในการเดินทาง มาเริ่มกันเลย!

Table of Contents

1. วันแรก: มุมมองทางวัฒนธรรมเชียงใหม่

TRIPTALK EP11 ฉบับเต็ม เที่ยวยังไง? ให้ประหยัดแบบไม่ลำบากกับทริป3วัน2คืนนั่งรถไฟเที่ยว#เชียงใหม่ - YouTube

H1: ตอนเช้า: ถึงเชียงใหม่และเข้าพักที่โรงแรม

เมื่อคุณมาถึงเชียงใหม่ในวันแรก ให้คุณเช็คอินที่โรงแรมที่คุณได้จองไว้ก่อนเข้าพัก แนะนำให้เลือกโรงแรมที่อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟเชียงใหม่ เพื่อความสะดวกในการเดินทาง

H2: ตอนเที่ยง: สำรวจวัฒนธรรมท้องถิ่นในวัดประตูเชียงใหม่

หลังจากเช็คอินแล้ว คุณสามารถเดินทางไปยังวัดประตูเชียงใหม่ที่เป็นจุดหมายปลายทางแรกของเราในวันแรก เดินทางไปยังวัดประตูเชียงใหม่เป็นเรื่องง่ายๆ เพราะวัดนี้ตั้งอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ ที่มีสถานีรถไฟอยู่ใกล้เคียง

H3: ตอนเย็น: สัมผัสบรรยากาศถนนคนเดินช้านานาชาติ

ในตอนเย็น คุณสามารถเดินทางไปยังถนนคนเดินช้านานาชาติที่เชียงใหม่ เป็นถนนที่เต็มไปด้วยร้านอาหารอร่อย ร้านกาแฟสไตล์สตรีท ร้านค้าที่น่าสนใจ และกิจกรรมที่น่าสนุกสนาน

2. วันที่สอง: ธรรมชาติและวัฒนธรรมในที่เที่ยวใกล้เคียง

ตัวอย่างคลิป TRIPTALK EP11 ทริป3วัน2คืนนั่งรถไฟเที่ยวเชียงใหม่ - YouTube

H1: ตอนเช้า: พาชมธรรมชาติที่สวยงามในดอยสุเทพ

ในวันที่สอง คุณสามารถเดินทางไปยังดอยสุเทพเพื่อสัมผัสกับธรรมชาติที่งดงามของเชียงใหม่ ในดอยสุเทพคุณสามารถเดินเที่ยวในป่า ชมวิวทิวทัศน์ และเยือนวัดที่มีความสวยงาม

H2: ตอนเที่ยง: สัมผัสวัฒนธรรมเชียงใหม่ที่หมู่บ้านดอยปุย

หลังจากเดินทางกลับมาจากดอยสุเทพ คุณสามารถไปเยี่ยมชมหมู่บ้านดอยปุยที่เป็นที่ตั้งของชุมชนเผ่าพันเสื้อ เป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมและแบบแผนชีวิตของคนในชุมชน

H3: ตอนเย็น: เพลิดเพลินกับกลิ่นอาหารอร่อยในคาวเวอร์นัทเมืองเชียงใหม่

ในตอนเย็น ไม่ควรพลาดที่จะลองกินอาหารท้องถิ่นเช่นคาวเวอร์นัทเมืองเชียงใหม่ ที่นี่คุณจะได้สัมผัสกับรสชาติอาหารเชียงใหม่แท้ๆ ซึ่งอาจจะไม่เจอในที่อื่น

3. วันสุดท้าย: วัฒนธรรมและการช้อปปิ้ง

ตัวอย่างคลิป TRIPTALK EP11 ทริป3วัน2คืนนั่งรถไฟเที่ยวเชียงใหม่ - YouTube

H1: ตอนเช้า: สัมผัสวัฒนธรรมในวัดพระสิงห์

ในวันสุดท้ายของทริป คุณสามารถไปเยี่ยมชมวัดพระสิงห์ที่เป็นที่สำคัญของเชียงใหม่ วัดนี้เป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรม คุณสามารถชมหอไตรรงค์และพิพิธภัณฑ์วัดได้

H2: ตอนเที่ยง: สนุกสนานกับการช้อปปิ้งในถนนท่าแพ

หลังจากเยี่ยมชมวัดพระสิงห์ คุณสามารถเดินทางไปยังถนนท่าแพที่เป็นจุดรวมของร้านค้าและร้านอาหารในเชียงใหม่ ที่นี่คุณสามารถซื้อของฝากและของที่ระลึกให้กับคนที่คุณรักได้

H3: ตอนเย็น: สิ้นสุดทริปด้วยการสัมผัสวิถีชีวิตไทยในถ้ำดำหลาม

สุดท้ายของทริปนี้ คุณสามารถไปเยี่ยมชมถ้ำดำหลามที่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และเสน่ห์ คุณสามารถสัมผัสวิถีชีวิตของคนในอดีตและชมธรรมชาติที่งดงามได้ในที่นี่

สรุป

TRIP TALK [EP11] PART 1 ทริป3วัน2คืน 12ชั่วโมงนั่งรถไฟชั้น2เที่ยวเชียงใหม่  เที่ยวได้หลายที่มากๆ - YouTube

เที่ยวเชียงใหม่ในระยะเวลา 3 วัน 2 คืนโดยการใช้รถไฟเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดเงินและสัมผัสวัฒนธรรมและธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเชียงใหม่ จากการเยี่ยมชมวัดสำคัญ การสำรวจธรรมชาติที่งดงาม การเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น และการช้อปปิ้งในถนนท่าแพ แน่นอนว่าทริปเชียงใหม่นี้จะเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำและสนุกสนานมาก!


คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q1: ทำไมต้องใช้รถไฟในการเที่ยวเชียงใหม่? A1: การใช้รถไฟในการเดินทางสามารถประหยัดเงินและเพลิดเพลินไปพร้อมๆ กันได้ โดยสามารถชมวิวทิวทัศน์ของภูเขาและธรรมชาติที่งดงามของเชียงใหม่ได้อย่างสะดวกสบาย

Q2: มีที่พักใกล้สถานีรถไฟเชียงใหม่แนะนำไหม? A2: ใช่! การเลือกที่พักที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟเชียงใหม่จะช่วยให้คุณสะดวกในการเดินทางและประหยัดเวลา

Q3: สิ่งที่ควรพกพาในทริปเชียงใหม่คืออะไรบ้าง? A3: คุณควรพกพาเสื้อผ้าที่สวมใส่สบายๆ รองเท้าเดินทางที่สะดวกสบาย และอุปกรณ์สำคัญอื่นๆ เช่น แว่นตากันแดด ผ้าเช็ดตัว และน้ำดื่มเพียงพอ

See also  สตูลพร้อมรับนทท. ล่องแก่งวังสายทอง I เรื่องดีดีทั่วไทย I 06-10-64

Q4: อาหารที่ควรลองในเชียงใหม่คืออะไร? A4: คาวเวอร์นัทเมืองเชียงใหม่เป็นที่นิยมสำหรับอาหารท้องถิ่น อย่าลืมลองขนมจีบซาลาเปา ข้าวผัดหมูปิ้ง และข้าวแกงหน่อไม้

Q5: ที่เที่ยวที่ควรเยี่ยมชมในวันสุดท้ายคืออะไร? A5: ถ้ำดำหลามเชียงใหม่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ที่นี่คุณสามารถสัมผัสวิถีชีวิตและประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งได้


ในการเที่ยวเชียงใหม่ในระยะเวลา 3 วัน 2 คืนโดยใช้รถไฟ คุณจะได้สัมผัสกับวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของเชียงใหม่ พร้อมทั้งเพลิดเพลินกับธรรมชาติที่งดงาม และสัมผัสกับรสชาติอาหารท้องถิ่น รวมถึงการช้อปปิ้งที่ถนนท่าแพ อย่าลืมเยี่ยมชมถ้ำดำหลามที่เป็นสิ่งที่ทำให้ทริปของคุณเป็นที่จดจำ!

TRIPTALK EP11 ฉบับเต็ม เที่ยวยังไง?ให้ประหยัดแบบไม่ลำบากกับทริป3วัน2คืนนั่งรถไฟเที่ยว#เชียงใหม่ [VIDEO]

“นั่งรถไฟจากอำเภอบ้านหมอสระบุรีไปเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่3วัน2คืน เช่ารถขับเที่ยวทั่วเมืองเชียงใหม่เที่ยวได้หลายที่มากๆ เที่ยวแบบประหยัดแต่ไม่ลำบาก
เบอร์โทร โชคดี รถเช่าเชียงใหม่ 094-9896923 ( คุณ แชกค์ )
บ้านม้งดอยปุย

• [ 4K ] Doi Pui Ch…
ลานกางเต้นดอยปุย-ขุนช่างเคี่ยน

• [ 4K ]Tent area,D…
ตลาดคลองแม่ข่า

• [ 4K ] ตลาดริมคลอ…
วัดพระธาตุดอยสุเทพ

• [ 4K ] Phra That …
คลิปถนนคนเดินประตูท่าแพ

• [ 4K ] Chiang Mai…
-คลิป ทริป3วัน2นั่งรถไฟคืนเที่ยวเชียงใหม่ ตอนแรก

• TRIP TALK [EP11] … ”

เนื้อหาของวิดีโอ TRIPTALK EP11 ฉบับเต็ม เที่ยวยังไง?ให้ประหยัดแบบไม่ลำบากกับทริป3วัน2คืนนั่งรถไฟเที่ยว#เชียงใหม่

สวัสดีทุกคนด้วยนะครับและขอต้อนรับทุกๆคนก็ถูกๆพร้อม Ep ที่ 11 ครับ คลิปนี้ผมจะไปเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ด้วยกันนั่งรถไฟครับแล้วที่ผมอยู่ตอนนี้ก็คือสถานีรถไฟอำเภอบ้านหมอจังหวัดสระบุรี ซึ่งผมจะจองตั๋วรถไฟไว้เป็นตัวขบวนรถไฟชั้น 2 นั่งจากสถานีบ้านหมอไปถึงสถานีเชียงใหม่ ในราคา 350 บาทเท่านั้นเองนะครับและดูจากตารางเวลารถไฟเข้าๆก็คือรถ ไปจะมาถึงสถานีบ้านหมอในเวลา 15:00 น แล้วจะไปถึงสถานีเชียงใหม่ในเวลา 04:00 น ครับ ส่วนพระรูปหัวผมในวันนี้ก็คือคืนนี้ผมจะนอนบนรถไฟนะครับแต่พอถึงเชียงใหม่ตอนเช้าเนี่ย ขับรถเที่ยวในตัวเมืองเชียงใหม่แล้วพอตอนสายๆค่อยเข้าไปเช็คอินที่โรงแรมครับ และนี่ก็คือทริป 3 วัน 2 คืนนั่งรถไฟเที่ยวเชียงใหม่ครับ เอาจริงๆนั่งรถไฟชั้น 2 นี่ก็ไม่ สามารถปรับเอนได้ในระดับหนึ่งและเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของการนั่งรถไฟชั้น 2 และชั้นประหยัดและเธอ สถานที่รถไฟจอดเนี่ยก็จะมีของกินแวะขึ้นมาขายไปอยู่ตลอดเวลาเลยครับคือไม่มีคำว่าอดแน่นอน แล้วก็แวะเวียนอยู่อย่างนี้ตลอดทั้งเส้นทางที่เดียวนะครับ ยิ่งดึกบรรยากาศในโบกี้รถไฟก็ค่อนข้างที่จะเงียบเหงาครับ ผมนอนไม่หลับครับเพราะว่ารถไฟค่อนข้างจะเสียงดังแล้วก็เมื่อยด้วย อยากจะวาร์ปไปถึงตอนนี้เลย ถึงสถานีเชียงใหม่สักที รถเช่าที่ผมจองไว้เนี่ยเขาจะขับมาส่งผมได้เวลา 8:00 น นะครับ เพิ่ง 4:00 น ครับสิ่งเดียวที่ผมพอจะทำได้นะตอนนี้ก็คือ หาอะไรทำฆ่าเวลาไปเท่านั้นเองนะครับ เวลา 8:00 น รถเช่าที่ผมจองไว้ก็ขับมาส่งครับ ถือว่าตรงเวลาอะไร ผมจะเช่ารถกับโชคดีรถเช่าเชียงใหม่ เสาร์นี้ผมขอแนะนำเลย ดูยอดที่ผมเช่าอยู่เนี่ยราคาวันละ 600 บาทเท่านั้นเองนะครับ แล้วที่สำคัญ ไม่เสียค่ามัดจำใดๆทั้งสิ้น ตกลงกันไว้ครับแล้วคุณจะเช่าเขากี่วัน สมมุติว่า 2 วัน วันมารับรถ กูก็มาเซ็นสัญญาแล้วก็จ่ายเพียง 1, 200 กูจะขับรถออกไปได้เลย น้ำมันเนี่ยเขาเติมไว้แค่ไหน คุณก็จำไว้ แล้ววันมาส่งรถคืน กูก็ตอบว่าให้เขาเท่าเดิมเป็นอันว่าจบครับ คุณสมบัติไหนที่มีความสนใจจะเช่ารถกับโชคดีรถเช่าเชียงใหม่ผมจะใส่เบอร์โทรไว้ให้ครับ สามารถโทรติดต่อคุณแจ๊คได้โดยตรงเลย หลังจากที่ผมได้รับรถแล้วทีแรกผมไปเลยก็คือวัดเจดีย์หลวงครับ พี่ผมแวะมาที่นี่ก่อนก็เพราะว่าผมตั้งใจจะมาไหว้ขอพรเสาหลักเมืองของจังหวัดเชียงใหม่นะครับและที่สำคัญ วัดเจดีย์หลวงเนี่ยอยู่ไม่ได้ไกลกันจากไหนรถไฟเชียงใหม่นะครับอยู่ห่างกันประมาณ 4 กิโลเมตรเท่านั้นเองหรือคะ อยู่แถวๆถนนคนเดินประตูท่าแพนั่นเองนะครับ ส่วนเสาหลักเมืองของจังหวัดเชียงใหม่เนี่ยมีชื่อเรียกกันว่าเสาอินทขิลครับ ดูตั้งแต่แรกเริ่มเลยเนี่ยเสาอินทขิลได้ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารของวัดอินทขีลสะดือเมือง แล้วต่อมาประมาณปีพ.ศ 2343 พระเจ้ากาวิละเป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ในสมัย เดี๋ยวเข้าร่วมมือกับกองทัพของพระเจ้าตากสินมหาราช เลยทำการขับไล่พม่าออกจากดินแดนล้านนาได้สำเร็จ จากนั้นก็ฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่ขึ้นมาอีกครั้งครับ แล้วก็ย้ายเสาหินมาประดิษฐานอยู่ณวัดเจดีย์หลวงนั่นเองนะครับ ชาวเชียงใหม่มีความเชื่อกันว่าเสาอินทขิลเนี่ยเป็นเสาหลัก สร้างความมั่นคงแล้วก็การอยู่ดีมีสุข ดังนั้นจึงเป็นที่นิยมของหลายๆคนที่จะมาขอพรที่เสาอินทขิลครับ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัวนะครับ เดินเข้ามาด้านในหน่อยก็เจอกับพระเจดีย์หลวงครับ ซึ่งมีความเชื่อกันว่าอาจมีความสูงถึง 80 เมตรแต่ทีเดียวนะครับ ในปัจจุบันหรือสภาพเพียงแค่ครึ่งองค์ท่านนะครับ รู้จักเหตุการณ์พายุฝนตกหนักแล้วก็แผ่นดินไหว พระมหาเทวีจิรประภา แล้วก็ถูกปล่อยทิ้งร้างมากกว่า 4 ทศวรรษเลยทีเดียว ได้ถูกบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ในปีพ.ศ 2535 นี่เองล่ะครับ แล้วสถานที่ต่อมาที่ผมแวะไปก็คือวัดศรีสุพรรณครับ วัดศรีสุพรรณในเป็นวัดเดี๋ยวผมวัดนึงเลยทีเดียว ก็เพราะว่าความสวยงามของอุโบสถเงินนี่แหละครับ และทราบไหมครับว่าวัดศรีสุพรรณเนี่ยเป็นวัดที่มีอุโบสถเงินแห่งเดียวในโลกครับ แต่ไม่ได้ใช้เงินแท้ทั้งหมดในการก่อสร้างนะครับ จะเป็นอลูมิเนียมผสมกับเงินครับ มันจะมีเงินแท้ตกแต่งในบางส่วน วัดศรีสุพรรณแรกเริ่มเลยสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยปีพศ. 2013 แล้วนะครับ แต่มาเริ่มสร้างเป็นอุโบสถเงินน่ะ ปีพศ. 2547 นี่เอง สาเหตุที่สร้างเป็นอุโบสถเงินก็เนื่องมาจากว่าผู้คนในละแวกนี้หลายคู่อะไรครับ มีอาชีพทำเครื่องเงินกัน แล้วก็สืบทอดอาชีพทำเครื่องเงินจะมายาวนานมากกว่า 200 ปีแล้ว ประกอบกับอุโบสถเก่ามีความชำรุดทรุดโทรมนะครับ เลยช่างทำอลูมิเนียมผสมกับเงิน ซ่อมแซมตกแต่งครับ เริ่มตั้งแต่ Book ตกแต่งหลังคา ผนังภายใน ผนังภายนอก จนกลายเป็นอุโบสถเงินทั้งหลังเลยครับ และเพื่อส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นดั้งเดิมจากบรรพบุรุษที่มีมายาวนานมากกว่า 200 ปี มีการแกะสลักลวดลายตามแนวประเพณีล้านนา YouTube ทั้งโหดเลยทีเดียวล่ะครับ คุณผู้ชมคนไหนที่มาเที่ยวที่จังหวัดเชียงใหม่ อย่าลืมแวะมาวัดศรีสุพรรณนะครับ ผมรับรองได้เลยว่าความสวยงามจากอุโบสถเงินเนี่ย จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนครับ ที่นี่ก็มีกฎเหล็กอยู่ข้อหนึ่งก็คือห้ามคุณสุภาพสตรี เข้ามาภายในบริเวณอุโบสถนี้จะขาด ทำไมเหรอครับ ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันครับเดี๋ยวผมจะลองไปถามชาวบ้านแถวนี้ดู ทำไมผู้หญิงถึงเข้าไม่ได้ หญิงก็ไม่ต้องเข้าใจพี่เลย หลังจากที่ได้พูดคุยกับชาวบ้านผมก็จับใจความได้ว่า ภายในอุโบสถเนี่ยเขาสั่งเครื่องรางของขลังแล้วก็ลงคาถาอาคมกำกับไว้นะครับ แล้วก็มีความเชื่อกันว่าถ้าเกิดผู้หญิงเข้าไปเนี่ย จะทำให้เครื่องรางของขลังและคาถาอาคมเสื่อมลง หลังจากที่ออกมาจากวัดผมก็มาแวะที่ร้านข้าวซอยเสมอใจนะครับ ก็เป็นเข้าซอยเนี่ยร้านนี้ค่อนข้างที่จะมีชื่อที่สุดและในตัวเมืองเชียงใหม่ และถ้ามาเชียงใหม่เนี่ยก็ต้องไป กินข้าวสักหน่อยครับ ไม่รู้ที่ผมสั่งไปเข้าซอยเนื้อนะเดี๋ยวผมจะให้ดู เนื้อชินไปเอง เพราะนี่ไม่ได้มีแค่ข้าวซอยขายอย่างเดียวเท่านั้นนะครับเพราะมีเมนูหลากหลายครับรสชาตินี้เขาก็คงมาเอา ใครอยากจะได้รสชาติที่เข้มข้นขึ้นไปอีกเนี่ย เขาก็มีเครื่องเคียงมาให้ครับ ก็เลือกได้ตามใจชอบเลย กินอิ่มแล้วผมก็เช็คอินที่ห้องพักครับแล้วผมเลือกที่จะพักกลับ ภัทธาราเพลส ราคาห้องพักห้องนี้ตกอยู่ที่คืนละ 600 บาทเท่านั้นเองนะครับ แล้วก็ไม่ต้องเสียค่ามัดจำมาเลยทั้งสิ้นด้วย อุปกรณ์ต่างๆที่เขาเตรียมไว้ให้ภายในห้องนี้ก็ครบครันครับ ถือว่าสะดวกสบายเลยทีเดียว และที่สำคัญสำหรับคนยุคนี้ ขาดไม่ได้เลยก็คือ ฟรี WiFi ฉันเองครับ แล้วผมคงต้องขอตัวไปอาบน้ำอาบท่าให้ชื่นใจสักหน่อยเดี๋ยวเราไปขึ้นดอยสุเทพกันครับ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วผมก็ออกเดินทางต่อเลยครับเพื่อที่จะมุ่งหน้าไปที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ แต่ถ้าวัดระยะทางจากที่บริเวณตีนเขาจะไปถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพเนี่ย อยู่ไกลพอสมควรนะครับ ขับรถขึ้นไปประมาณ 11 กิโลเมตรเลยทีเดียว ไปถนนค่อนข้างที่จะกว้างขวางครับ ขับรถขึ้นได้สบายๆอยู่ ขึ้นมาถึงหาที่จอดรถได้แล้วก็มารอขึ้นกระเช้าครับ ราคาค่าตั๋วกระเช้าขึ้นไปบนวัดดอยสุเทพเนี่ยอยู่ที่คนละ 20 บาทนะครับ ได้เวลาขึ้นไม่ถึงแล้วก็อย่าเพิ่งทิ้งตัวนะครับเพราะตัวไปเดียวนะต้องใช้ทั้งขาขึ้นและขาลงด้วย พอขึ้นมาถึงก็เดินขึ้นไปไหว้พระธาตุกันครับ แต่ก่อนที่จะเข้าไปตรงบริเวณวัดท่าเนี่ย ต้องถอดรองเท้าแล้วก็แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อยด้วยนะครับ วัดพระธาตุดอยสุเทพมือถือเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่นะครับ ก็เพราะความศักดิ์สิทธิ์และความสวยงามขององค์พระธาตุนี่แหละครับ และวัดพระธาตุดอยสุเทพเนี่ย ประกาศให้เป็นโบราณสถานระดับชาติ ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษา เมื่อตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม ปีพศ. 2478 แล้วด้วยเหรอครับ ในบริเวณวัดพระธาตุดอยสุเทพมีจุดชมวิวด้วยเหรอครับ ซึ่งมีความสูงจากระดับพื้นที่ราบของจังหวัดเชียงใหม่อยู่ราวๆ 689 เมตรครับก็มีความสุข ระดับน้ำทะเลปานกลางอยู่ถึง 1046 เมตรแต่ทีเดียว แล้วก็ถือว่าโชคดีของผมครับที่วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส ทุกคนมีฝุ่นหรือควันอะไรทำให้ผมได้มองเห็นรันเวย์ของสนามบินเชียงใหม่ได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียวล่ะค่ะ ลงมาจากดอยสุเทพแล้วเนี่ยผมก็ออกเดินทางต่อทันทีเลยครับแล้วจุดมุ่งหมายต่อไปก็คือ หมู่บ้านม้งดอยปุยครับ ไปถนนทางขึ้นนับจากวัดดอยสุเทพมาเนี่ย ใครที่ยังขับรถไม่เก่งผมไม่แนะนำให้ขับรถขึ้นมาเองนะครับเพราะว่าถนนค่อนข้างที่จะแคบแล้วก็ราชทัณฑ์ครับ แต่เวลารถสวนกันน่ะก็ยังพอมีหลายทางให้หลบแล้วก็ขับรถสวนกันได้อยู่สำหรับใครที่ยังขับรถไม่เก่ง ไม่อยากจะขึ้นมาเนี่ยผมก็แนะนำให้ขึ้นมากับรถรับจ้างนะครับแต่เรื่องราคาหน่อยเขาค่อนข้างจะแพงสักนิดนึง ระยะทางจากวัดดอยสุเทพไปบ้านม้งดอยปุยมีก็ไม่ได้ใกล้นะครับอยู่ห่างกันประมาณ 8 กิโลเมตรกว่าๆ แล้วจะใช้เวลาขับรถขึ้นไปประมาณ 20 นาทีครับ มาถึงแล้วก็หาที่จอดรถครับหัวหน้าผมกำลังเดินขึ้นไปอยู่เนี่ยผมจอดรถตรงโรงเรียนนะครับ ที่จอดด้านหน้าตลาดมันเต็ม เสียค่าจอดรถไป 30 บาท เข้ามาภายในตลาดเนี่ยส่วนมากสินค้าที่มาขายกันก็จะเป็นพวกเสื้อผ้าเครื่องประดับของชาวม้งนะครับ แล้วก็เป็นของฝากกับ Y เป็นบางส่วน แล้วภายในตลาดเดี๋ยวก็จะมีกิจกรรมน่ารักๆของน้องๆชาวเผ่าม้งนะครับ ให้มาพี่เห็นน้องๆแล้วรู้สึกชื่นชอบ ช่วยสนับสนุนด้วยการให้ค่าขนมน้องๆกันได้นะครับ แล้วที่นี่ก็ถือเป็นไฮไลท์สำคัญของบ้านม้งดอยปุยเลยครับ ที่นี่ก็คือสวนดอกไม้ของชาวเผ่าม้งดอยปุยนะครับ ค่าเข้าสวนดอกไม้อยู่ที่คนละ 10 บาทครับ มันก็จะมีดอกไม้เมืองหนาวปลูกไว้หลากหลายสายพันธุ์เลยทีเดียวนะครับแล้วก็ออกแบบตกแต่งสวนเนี่ยต้องบอกว่าสวยงามนาที มาที่นี่เรายังสามารถเช่าชุดแต่งตัวเป็นชาวม้ง แล้วก็มาถ่ายรูปกับมึงน้องชาวม้งเก็บไว้ที่ระลึกได้อีกด้วยนะครับ แต่ผมกลับไปสะดุดตากอไผ่กอหนึ่งครับมีขนาดใหญ่มากๆเลยนะครับ มันจะขนาดไหนเดี๋ยวผมจะลงไปเที่ยวให้ดู แล้วผมก็มาเจอผลไม้แตกชนิดหนึ่งครับมันมีชื่อว่าเป็นวินโดว์รสชาติมันจะเหมือนกับแคนตาลูปผสมกับแตงไทย ใครมาที่นี่ก็มาลองรสชาติก็ได้นะครับ แปลกๆดีครับ ก่อนออกจากบ้านม้งดอยปุยเนี่ยผมคิดว่าจะกลับลงไปข้างล่างแล้วนะครับแต่ชาวบ้านเขาบอกผม ผมว่าขึ้นไปอีกประมาณ 3 กิโลครึ่งเนี่ยตรงลานกางเต็นท์จะมีดอกนางพญาเสือโคร่งหรือว่าซากุระเมืองไทย บ้านอยู่นะครับจะขับรถขึ้นไปดูครับแต่เส้นทางขึ้นไปค่อนข้างโหดจะมาอีกหน่อยนึงครับมันเพิ่ม อีกหน่อยนึงอีกฝั่งนึงมันจะเป็นหน้าผานะครับพี่ขับรถขึ้นมาก็ใช้ความระมัดระวังกันด้วยนะครับ ขึ้นมาถึงแล้วเนี่ยจะหาที่จอดรถได้ไม่ยากครับและที่สำคัญ จอดฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายครับและทุกคนดูภาพอยู่ตรงหน้าผมสิครับ อย่างสวยเลยครับไม่ผิดหวังเลยครับที่ผมตัดสินใจขับรถขึ้นมา ที่นี่คือลานกางเต็นท์ที่อยู่ระหว่างดอยปุยกับขุนช่างเคี่ยนครับ แล้วบรรยากาศที่ผมอยู่ณตอนนี้ต้องบอกและดีมากๆ มันมีแต่ก็จริงนะครับแต่มันไม่ค่อยร้อนเท่าไหร่ ถ้าพี่อยู่ตรงหน้าผมนี่สิครับ ต้องใช้คำว่า สวยงามเกินคำบรรยายจริงๆครับ ฟุตบอลครั้งซื้อของที่นี่เนี่ยต้องบอกเลยว่าผอมมากๆครับ ห้องน้ำสะอาด มีร้านขายของ ร้านกาแฟ แล้วก็มีเต็นท์ให้เช่าดีครับ ที่นี่คือหนึ่งในสถานที่ที่ผมชื่นชอบมากที่หนึ่งเลยทีเดียวครับ อาจเป็นเพราะที่นี่สวยแล้วก็บรรยากาศดีนะครับ ทุกคนที่เข้ามาที่นี่ก็เนี่ย เขาก็จะอารมณ์ดีกัน คุยกันไปหัวเราะกันไป มองไปทางไหนก็เห็นแต่ทุกคนถ่ายภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใส นี่ก็จะเป็นอีกหนึ่งโมเม้นดีๆของการเดินทางครับ ที่ผมจะจดจำไว้ตลอด ตอนนี้เป็นเวลา 16:00 น แล้วนะครับได้เวลาที่ผมต้องลงจากเขาแล้วเดี๋ยวมันจะมืดซะก่อนเดี๋ยวผมจะได้แวะตลาด สวัสดีครับพี่หนึ่งครับแล้วค่อยกลับไปพักผ่อนตลาดที่ผมจะไปเนี่ยเขาว่ากันว่าเป็นแลนด์มาร์คใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่ นะครับจะไปตลาดอะไรเดี๋ยวเราไปดูกันครับ ที่นี่ก็คือตลอดคงไม่ขาดครับ ตลาดนี้เนี่ยคือตลาดที่กำลังพัฒนานะครับแล้วก็ต้องถูกผลักดันให้เป็นแลนด์มาร์คใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย ตลาดแห่งนี้มีลักษณะคล้ายๆกับไหล่ทางให้เราเดินเลาะไปตามริมคลองอ่ะครับ มีความยาวประมาณ 750 เมตรและในระหว่างทางเดินเนี่ย แถวบ้านพี่เขาปลูกบ้านอยู่ที่ริมคลองนี่เนี่ย เขาก็จะนำของออกมาขายครับ บางบ้านก็ทำเป็น Cafe ไปเลย บางบ้านเขาก็จะนำสินค้าออกมาขาย แต่ผมว่าคนอื่นจริงๆของตลาดแห่งนี้ก็คือคลองแม่ข่ากับทางเดิมนี่แหละครับ มันดูมีความสะอาดและเรียบง่าย ดูคล้ายๆกับคลองส่งน้ำที่ประเทศญี่ปุ่นเลย แต่ที่เราเห็นคงไม่ขาดดูสะอาดหูสะอาดตาแบบนี้เนี่ย เมื่อหลายสิบปีก่อนไม่ได้เป็นแบบนี้นะครับ เมื่อก่อนนะคงไม่ขาดถูกเรียกกันว่าเป็นของที่ตายไปแล้วด้วยซ้ำ ต้นกำเนิดของไม่ขาดก็คือหลายไปจากอุทยานแห่งชาติดอยปุยนะครับ ไหนผ่านไปยังเมืองเชียงใหม่ตอนบนผ่านโรงพยาบาลเมืองเชียงใหม่ตอนล่างระยะทางประมาณ 31 กิโลเมตรครับ แล้วพื้นที่ริมคลองก็ถูกครอบครอง ต่อมาก็ได้มีการปล่อยน้ำเสียรวมถึงสิ่งปฏิกูลต่างๆลงไปในคลองอ่ะครับ จนทำให้คงไม่ขาดในตอนนั้นเนี่ย มีน้ำที่เน่าเสีย ดำส่งกลิ่นเหม็น แล้วก็เป็นคลองที่มีคุณภาพน้ำที่แย่ที่สุดในตอนนั้นเลย จากนั้นในปีพศ. 2555 ทั้งภาครัฐก็ได้เข้าร่วมมือกับหลายๆหน่วยงาน เพื่อที่จะมาแก้ไขฟื้นฟูคลองแม่ข่า รู้ไปถึงปรับภูมิทัศน์ให้มันดีขึ้นด้วย แล้วก็ค่อยๆแก้ไขปรับปรุงขึ้นมาเรื่อยๆครับ คุณภาพของน้ำมีคุณภาพที่ดีขึ้น แล้วก็กลายเป็นของแม่ขาที่ดูสะอาดหูสะอาดตา แบบที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบันนี้แหละครับ ต้องขอปรบมือให้หน่อยครับสำหรับโครงการดีๆแบบนี้ ตลาดแห่งนี้ก็เดินชิวๆดีนะครับแต่ผมคิดว่าร้านค้ามีน้อยไปสักนิดนึง ก็มีร้านค้าเยอะกว่านี้เนี่ย พี่จะไปตลาดที่สวยแล้วก็น่าเดินที่สุดที่นึงเลยทีเดียวนะครับ พัฒนาการไม่ได้จนถึงขนาดนี้แล้วเนี่ยผมเชื่อเลยนะครับว่าอนาคตอันใกล้นี้ พี่จะมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลกันมามากที่สุดที่นึง ไม่แพ้ถนนคนเดินประตูท่าแพแน่นอนครับ แล้วก็พูดถึงถนนคนเดินประตูท่าแพเนี่ย ผมจะพาไปแน่นอนครับ แต่วันนี้เป็นวันเสาร์นะครับ เขามีวันอาทิตย์แค่วันเดียว ฝนวันนี้เนี่ยหลังจากที่ผมลงมาจากรถไฟแล้วผมก็เที่ยวมาทั้งวันแล้วนะครับ รู้สึกจะเพี้ยนๆด้วยเพราะว่านอนบนรถไฟไม่ค่อยจะหลับ เอาเป็นว่าในวันนี้ผมคงต้องกลับไปที่โรงแรมแล้วก็พักผ่อนให้เต็มที่สักหน่อยครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเดี๋ยวผมจะขับรถไปเที่ยวแถวนอกเมืองเชียงใหม่ แล้วตอนเย็นก็กลับมาในเมือง แล้วก็มาเดินถนนคนเดินประตูท่าแพกันครับ แล้วในวันพรุ่งนี้ผมจะพาทุกคนไปเที่ยวที่ไหนกันบ้าง ก็อยากรู้เนี่ยกดติดตามให้ด้วยนะครับแล้วกลับมาเจอกันครับ ทักทายกันในตอนสายๆที่จังหวัดเชียงใหม่ครับ ตอนนี้ผมทำธุรกิจส่วนตัวอะไรเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วนะครับพร้อมที่จะออกเดินทางต่อแล้ว วันนี้ผมจะพาทุกคนไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างไปดูพร้อมกันเลยครับ วันนี้ผมจะออกไปเที่ยวแถวๆนอกเมืองเชียงใหม่สักหน่อยนึงครับแต่คงจะไม่ได้ออกไปไกลมากนะแล้ววันนี้ทีแรกผมแวะมาเที่ยว อุทยานหลวงราชพฤกษ์ครับ มาเที่ยวที่นี่เสียค่าบัตรเข้าชมคนละ 100 บาทครับ สถานที่แห่งนี้เนี่ยเคยจัดงานมหกรรมพืชสวนโลกไปแล้วถึง 2 ครั้งนะครับเมื่อปีพศ 2540 แล้วก็ปีพ.ศ 2554 แล้วก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากๆด้วยครับได้รับการตอบรับอย่าง จากทั้งชาวไทยเราเองแล้วก็ชาวต่างชาติ พื้นที่ภายในอุทยานมีอยู่ประมาณ 500 ไร่นะครับจะให้เดินเที่ยวไหนก็คงจะไม่หวังได้เตรียมรถไฟฟ้า ไม่ให้ขับรถรางแล้วก็มีคนขับพานำเที่ยวไปยังจุดต่างๆและในระหว่างที่เขาขับนำเที่ยวไปนี้ อธิบายจุดท่องเที่ยวต่างๆภายในอุทยานให้เราฟังไปด้วยนะครับสำคัญของที่นี่ก็มีอยู่ 2 ที่ กล้วยไม้กับหอคำหลวง ผมมาแล้วเนี่ยผมก็จะแวะตั้ง 3 ที่ก็แล้วกัน พอมาถึงจุดท่องเที่ยวต่างๆภายในอุทยานเนี่ย รถก็จอดให้ลงนะครับจะลงก็ได้ไม่ลงก็ได้แต่ถ้าลงนะเนี่ยก็ไม่ต้องกลัวนะครับจะต้องเดินกลับ พอจะมีรถคันใหม่วิ่งมาทุก 15 นาทีครับ จุดแรกก็คือเรือนกล้วยไม้หรือว่าสวนกล้วยไม้ครับ ที่นี่เนี่ยเขาก็จะปลูกดอกกล้วยไม้ไว้อยู่หลากหลายสายพันธุ์เลยนะครับ อยู่ในพื้นที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ แล้วที่เห็นดอกไม้สวยๆประดับอยู่ที่ซุ้มประตูเนี่ย บอกว่าเป็นดอกกล้วยไม้จริงๆนะครับไม่ได้ซื้อของปลอมตกแต่งแต่อย่างใด แต่ว่าการตกแต่งสวนของที่นี่สิครับบอกได้คำเดียวเลยครับว่า สวยมากๆ ภายในบริเวณนี้เนี่ย จัดสวนสวยดอกไม้สวยแถมยังเย็นสบายอีกด้วยนะครับ ใครที่เป็นคนชอบถ่ายภาพนะเข้ามาในนี้เนี่ย กูจะถ่ายภาพได้แบบยาวๆเป็นคนกันเลยทีเดียวนะครับ และนี่คือภาพบรรยากาศเล็กๆน้อยๆของสวนกล้วยไม้หรือว่าเรือนกล้วยไม้ที่อุทยานราชพฤกษ์ครับ จุดต่อไปกันดีกว่าครับ ต่อไปนี้เนี่ยทางอุทยานเขาตั้งชื่อให้ว่าโลกของแมลงครับด้านภายในนี้เนี่ยก็จะมีแมลงจำพวกเป็นเสื้อนะคะ จะเป็นส่วนใหญ่ก็จะมีตั๊กแตนมาเป็นบางส่วน ตั๊กแตนของพี่นี่เนี่ยก็จะเป็นพวกชอบฟังตัวนะครับ แต่ผมคิดว่าน่าจะเป็นเจ้าสแกนใบไม้นะ ไปผมพยายามมองหาดีนะครับยังไม่เห็นสักตัวเลย ในนี้ก็จะมีประมาณนี้ครับแล้วไปดูหอคำหลวงก็ดีกว่าครับ หอคำหลวงนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของงานมหกรรมพืชสวนโลกตั้งแต่สมัยปีพ. ศ. 2549 แล้วนะ โดยใช้รูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนา จำลองมาจากหอคำหลวงของเจ้าเมืองเชียงใหม่เมื่อในอดีตครับ ภายในหอคำหลวงนี้ต้องบอกว่าโล่งกว้างเย็นสบายแปลกตาและก็สวยงามครับ ลูกตุ้ม 5 ลูกที่สวยแปลกๆอยู่ตรงหน้าผมเนี่ยผมไม่รู้ว่าคืออะไรนะครับ กูไม่สนคนไหนที่มีความรู้ก็คงไม่บอกผมได้ครับ อันนี้ก็คือบรรยากาศให้เด็กน้อยที่อุทยานราชพฤกษ์ครับออกจากที่นี่แล้วเราไปเที่ยวกันต่อเลยดีกว่าครับ สถานที่ต่อมาที่ผมแวะมาเที่ยวก็คือวัดพระธาตุดอยคำ วัดพระธาตุดอยคำเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่เลยนะครับ ซึ่งสันนิษฐานกันว่ามีอายุมากกว่า 1, 300 ปีมาแล้ว ไปวัดพระธาตุดอยคำถือว่าเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วยนะครับ กูลืมสถาปัตยกรรมของที่นี่เขาจะเป็นศิลปะเชียงแสนนะครับดูแล้วมีความสวยงามแล้วก็มีมนต์ขลังครับ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาที่นี่กันเนี่ยส่วนมากเค้ามาไหว้ขอพรหลวงพ่อทันใจกันนะครับ ว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มากๆ ขอพรแล้วได้สมดั่งใจกันมานักต่อนักแล้ว ศักดิ์สิทธิ์ขนาดไหนรู้จักทุกคนที่มาขอพรสิครับเยอะมากๆ ศูนย์ด้านในของวัดพระธาตุดอยคำเนี่ยเขาก็มีร้านชมวิวด้วยนะครับ คือเขาก็ได้จัดเตรียมมุมถ่ายรูปไว้ให้หลายๆมุมเพื่อให้เราได้ไปถ่ายรูปกันแบบเต็มๆเลยทีเดียวล่ะครับ และนี่ก็คือภาพและบรรยากาศเล็กๆน้อยๆที่วัดพระธาตุดอยคำครับ เดี๋ยวเราลงไปด้านล่างไปหานั่งคาเฟ่กันสักที่นึงครับ เขาไปที่นี่มีชื่อว่า Class Cafe ขอเพลงนี้ผมขอแนะนำเลยครับ ที่นี่ตกแต่งสวยงามมากๆเลยนะครับ บรรยากาศดีแล้วพนักงานก็บริการดีด้วยครับ คอนเสิร์ตของร้านนี้เลยก็สมชื่อเลยครับฟ้าคาเฟ่ก็จะมีปลาคาร์ฟมากมายเลยนะครับอยู่ล้อมรอบ เวลาที่เรานั่งรับประทานอาหารที่นี่วันเสาร์อาทิตย์คนจะเยอะนะครับทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่นั่งเต็มเนี่ย ไม่ต้องหวังรอก็เดินดูก่อนครับถ่ายภาพให้มันเป็นก่อนได้นะครับ ทุกมุมเลยครับ เรื่องงาน เพียงแค่นี้นะครับมีบางจุดแล้วก็ตกแต่งให้เหมือนแบบ ตกลงป่าดิบชื้นเอาไว้ที่นี่เลยเหรอครับๆดีครับ ดูเอานะครับ เป็นป่าดิบชื้นที่ไม่ได้ซื้อธรรมดา ก็คือชื้นแฉะสมจริงเลยทีเดียวล่ะครับ ถึงแล้วนะครับ แต่จะมีจุดที่ทำให้ผมทึ่งไปกว่านี้อีกครับก็คือห้องน้ำมันเองครับมาเข้าห้องน้ำที่นี่จะบอกเลยครับว่าเพลิน กูจะได้นั่งปลดทุกข์ไปด้วยแล้วก็ได้ดูความสวยงามของปลาคาร์ฟไปด้วยพร้อมๆกันเลยทีเดียวล่ะครับ ก็เขาเปิดทุกวันเวลา 9:30 น ปิด 20:00 น นะครับใครที่มาเที่ยวเชียงใหม่ที่ไม่ควรพลาดครับ ออกจากที่นี่แล้วเราไปเดินถนนคนเดินประตูท่าแพยังครับ และที่นี่ก็คือถนนคนเดินประตูท่าแพครับมาที่นี่เนี่ยผมไม่แนะนำให้คนขับรถยนต์ส่วนตัวมาเองนะครับ เพราะว่าทุกๆวันอาทิตย์ตอนเย็นเนี่ย ผู้คนก็จะมารวมตัวกันที่นี่ครับ ทำให้การจราจรตรงบริเวณนี้มันติดขัด ประกอบกับถนนที่เนี่ยมันแคบนะครับ ตรวจคนขับรถยนต์มาเองอ่ะอาจจะหาที่จอดยากสักหน่อยอาจจะหาที่จอดไม่ได้เลย คุณถนนคนเดินก็อยู่ด้านหน้าผมนี่แหละครับข้ามถนนไปได้นะครับถึงแล้วครับ มาที่นี่ผมก็แอบคิดนะครับว่าเขาอยู่ต่างประเทศหรือเปล่าเนี่ยเขามองไปทางไหนก็มีแต่ชาวต่างชาติทั้งนั้นเลยนะครับ จะมาที่นี่ต้องบอกแล้วก็เดินเพลินมากๆตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะ 6 โมงแล้วนะครับทุกคนเริ่มที่จะมา มากันเยอะแล้ว ประมาณทุ่มนึงเนี่ยขนบริเวณตรงนี้จะเยอะมากๆเลยครับก็คือเดินเบียดกันเลยนะคะ ร้านค้าที่มีมาขายที่นี่ต้องบอกเลยครับรถเยอะมากๆและสินค้าที่มาขายในตลาดหลายครับว่าจะเป็นเครื่องประดับของ ของกินของใช้เสื้อผ้า วันนี้ของที่นี่ก็คือตลาดที่แสนพูดด้วยวัฒนธรรมนะครับมาเดินที่นี่ยังไงก็ไม่เบื่อครับแต่คงไม่ว่าพี่นะ มีชาวต่างชาติเยอะขนาดไหนแต่ความเป็นไทยก็ยังอยู่ครับ ตอนนี้ก็คือเพลงที่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต้องหยุดยืนตรงให้ครับ ไปเคารพธงชาติกันครับ ก็อย่างที่ผมเคยบอกไปอ่ะนะครับว่าตลาดที่นี่คือตลาดที่แฝงไปด้วยวัฒนธรรม ไม่ใช่ประเทศเราเท่านั้นนะครับที่อยากจะเกิดวัฒนธรรม ชาวต่างชาติเองเขาก็อยากจะเผยแพร่วัฒนธรรมทางบ้านเขาเหมือนกันนะครับ เข้าไปดูชาวต่างชาติ รำกลองยาว นี่เหรอครับไม่รู้เขาเรียกกันว่า ผมจะเรียกว่ารำกลองยาวก็แล้วกัน ถนนคนเดินประตูท่าแพนี่มันกว้างมากๆเลยนะครับมีหลายซอกหลายซอย ใครเดินไปไกลแล้วรู้สึกเมื่อเช้าเนี่ย ก็แวะมานวดเท้าก็ได้นะครับ มีบริการรับนวดฝ่าเท้าอยู่หลายร้านนะครับ และนี่ก็คือบรรยากาศเล็กๆน้อยๆที่ถนนคนเดินประตูท่าแพครับ สำหรับใครที่อยากจะรับชมบรรยากาศที่เต็มๆเนี่ย จะกลับไปดูคลิปเก่าผมได้นะครับ เดี๋ยวผมจะปริ้นมาให้ด้านล่าง และก่อนที่จะจากกันไปในคลิปนี้เนี่ยผมก็ต้องขอขอบคุณทุกๆยอดการดูของคุณผู้ชมด้วยนะครับ ทุกๆการ like Comment ทุกๆการ Subscribe มันเป็นกำลังใจที่ดีสำหรับการทำคิดถึงผมมากๆเลยนะครับ ขอขอบคุณจากใจอีกครั้งหนึ่งครับ แล้วสำหรับใครที่ชื่นชอบคลิปนี้ก็ช่วยฝากกด like กด Subscribe เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมทำคลิปต่อๆไปด้วย แล้วกลับมาเจอกันใหม่ทริปหน้าครับ

See also  วิญญาณหลอน โรงแรมที่ภูเก็ต | 108 เรื่องหลอน Podcast EP. 22