แม่แจ่ม การเดินทางเข้าสู่เมืองวัฒนธรรม ถิ่นผ้าตีนจกและวิถีพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ 4K

Table of Contents

1. การแนะนำ

ชวนชมมหกรรมผ้าตีนจกแม่แจ่ม ครั้งที่ 28 | เรื่องดีดีทั่วไทย | 22-2-66 -  YouTube

แม่แจ่มเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย มีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมท้องถิ่นที่น่าสนใจ ซึ่งรวมถึงผ้าตีนจกและวิถีพื้นบ้านที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในบทความนี้เราจะได้รู้จักกับแม่แจ่มและพบกับความสวยงามและเสน่ห์ของเมืองนี้ในมุมมอง 4K ที่ยาวไกลมองเห็นทุกมุมมองของมัน

2. แม่แจ่ม: บรรยากาศและสถานที่ตั้ง

แม่แจ่มเป็นเมืองเล็กที่อยู่ในจังหวัดลำปาง ตั้งอยู่บนยอดเขาแม่แจ่ม มีอากาศร้อนชื้นตลอดทั้งปี จุดเด่นของเมืองนี้คือความสวยงามของธรรมชาติ โดยมีภูเขาและทุ่งนาเป็นพื้นที่ที่สำคัญ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ เช่น น้ำตก และวิวที่สวยงามของทิวเขาลำปาง

3. ถิ่นผ้าตีนจก: หัตถกรรมและความสำคัญ

วิธีทอผ้าตีนจก ผ้าทองามสุดสวย อำเภอแม่แจ่ม เมืองงามกลางหุบเขา จ.เชียงใหม่ -  YouTube

ถิ่นผ้าตีนจกเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมท้องถิ่นแม่แจ่ม ผ้าตีนจกเป็นผ้าที่ผู้คนในพื้นที่ทอและทำเอง มีลวดลายต่าง ๆ ที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของแม่แจ่ม การทอผ้าตีนจกจำเป็นต้องใช้เทคนิคและวิธีการเฉพาะเจาะจง เนื่องจากผ้าตีนจกมีรูปแบบและลวดลายที่ซับซ้อน นอกจากนี้ผ้าตีนจกยังมีความหลากหลายในเรื่องของสีสันและดีไซน์

4. วิถีพื้นบ้านแม่แจ่ม: แบบแผนที่และการเดินทาง

วิถีพื้นบ้านแม่แจ่มเป็นสิ่งที่น่าสนใจมาก ๆ เป็นที่ตั้งของชุมชนพื้นบ้านที่อาศัยอยู่และรักษาวัฒนธรรมตลอดกาล การเดินทางไปยังวิถีพื้นบ้านแม่แจ่มสามารถทำได้โดยการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์จากตัวเมืองลำปาง แม้ว่าเส้นทางอาจจะทำให้รู้สึกว่าเป็นทางที่ลำบากเล็กน้อย แต่การเดินทางนี้เป็นความผิดพลาดที่แม่แจ่มให้คุณได้รู้จักกับวัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตของคนในพื้นที่

5. ตลาดนัดผ้าตีนจก: ที่เที่ยวและซื้อของฝาก

ผ้าตีนจก - YouTube

ตลาดนัดผ้าตีนจกเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่สุดในแม่แจ่ม ที่นี่คุณสามารถหาผ้าตีนจกแท้ ๆ และซื้อของฝากที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ที่ตลาดนัดผ้าตีนจกนั้นคุณจะได้พบกับการจัดแสดงสินค้าที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจ และสามารถสนุกกับการช้อปปิ้งที่ตลาดนัดที่เต็มไปด้วยของที่น่าสนใจ

6. ความเป็นเอกลักษณ์ของวัฒนธรรมท้องถิ่น

วัฒนธรรมท้องถิ่นของแม่แจ่มมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ความเป็นเอกลักษณ์นี้ปรากฏอยู่ในองค์ประกอบต่าง ๆ ของวัฒนธรรม เช่น ศิลปะท้องถิ่น การแต่งกาย การออกแบบบ้าน และประเพณีท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีการบูรณะที่เชื่อมโยงกับศาสนสถานที่ที่มีความเชื่อถือทางศาสนา

7. กิจกรรมและท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

ระบบการอนุรักษ์และส่งเสริมประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และเชื่อมโยงความหลากหลายทางชาติพันธุ์  และเส้นทางท่องเที่ยววัฒนธรรมของภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย

แม่แจ่มมีกิจกรรมและท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย คุณสามารถเข้าร่วมกิจกรรมที่นี่ได้ เช่น การทำงานแบบชุมชน การเยี่ยมชมหมู่บ้านแม่แจ่มและการเข้าร่วมการสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น น้ำตกหรือภูเขาที่สวยงาม

8. การเตรียมตัวและเส้นทางการเดินทาง

ก่อนที่คุณจะเดินทางไปยังแม่แจ่ม คุณควรเตรียมตัวและเส้นทางการเดินทางล่วงหน้า มีหลายวิธีในการเดินทางไปยังแม่แจ่ม เช่น การใช้รถยนต์ รถบัส หรือเช่ารถส่วนตัว ควรตรวจสอบเส้นทางและตารางเวลาเดินทางล่วงหน้า เพื่อให้คุณมีประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบาย

9. สรุป

แม่แจ่ม มนต์เสน่ห์แห่งวิถีชีวิต

แม่แจ่มเป็นเมืองที่มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรม ที่นี่คุณสามารถพบกับผ้าตีนจกที่สวยงามและมีความเป็นเอกลักษณ์ เมืองนี้ยังมีวิถีพื้นบ้านและกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย ดังนั้น หากคุณกำลังมองหาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่น่าตื่นเต้นและที่ไม่เหมือนใคร แม่แจ่มเป็นที่เหมาะสมสำหรับคุณ

10. FAQ

Q1: แม่แจ่มมีสถานที่ท่องเที่ยวด้านธรรมชาติอะไรบ้าง?

A1: แม่แจ่มมีธรรมชาติที่สวยงามอย่างหลากหลาย เช่น น้ำตกแม่เจ้าตาล, น้ำตกห้วยม้าและภูเขาลำปาง

Q2: อาหารท้องถิ่นที่ควรลองที่แม่แจ่มคืออะไร?

A2: ควรลองอาหารท้องถิ่นอย่าง “กะเพราหมูกรอบ” และ “แกงขี้เหล็ก”

Q3: ฤดูไหนที่เหมาะสมที่สุดในการเยี่ยมชมแม่แจ่ม?

A3: ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม – ธันวาคม) เป็นฤดูที่สวยงามที่สุดในการเยี่ยมชมแม่แจ่ม เมื่อต้นไม้ในพื้นที่เปลี่ยนสีเป็นสีสันสวยงาม

Q4: การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปแม่แจ่มใช้เวลานานกี่ชั่วโมง?

A4: การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปแม่แจ่มใช้เวลาประมาณ 6-7 ชั่วโมงโดยรถยนต์

Q5: มีที่พักอะไรแนะนำในแม่แจ่มบ้าง?

A5: มีโรงแรมและรีสอร์ทในแม่แจ่มที่ให้บริการคุณภาพ เช่น โรงแรมแม่แจ่มเรสซิเดนซ์

แม่แจ่ม การเดินทางเข้าสู่เมืองวัฒนธรรม ถิ่นผ้าตีนจกและวิถีพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ 4K [VIDEO]

“เมืองแจ่ม ดินแดนหลังดอยอินทนนท์ แหล่งวัฒนธรรมพื้นบ้าน วิถีชุมชนที่ให้กำเนิดและสืบสานผ้าตีนจก เมืองเล็กๆอันห่างไกลที่สงบเงียบ ดื่มด่ำกับกลิ่นอายของท้องทุ่งผสานกับมนต์เสน่ห์อันเรียบง่าย ที่นี่ อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่
โดย เด็กดีมีเดีย ออนไลน์

/ dekdeemedia99
ร่วมสนับสนุนการถ่ายทำได้ที่ โทร/ไลน์ 0811120563
** สามารถรับชมวีดิโอนี้ได้ในความละเอียดสูงสุด 4K

See also  เชียงคานรีวิว: สถานที่ท่องเที่ยวสุดชื่นชอบในภาคอีสาน

============================”

เนื้อหาของวิดีโอ แม่แจ่ม การเดินทางเข้าสู่เมืองวัฒนธรรม ถิ่นผ้าตีนจกและวิถีพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ 4K

สวัสดีค่ะ เด็กดีมีเดียออนไลน์ทริปนี้ ได้เดินทางออกจากป่าบงเปียง ที่นำเสนอใน EP ก่อนหน้านี้ คือมุ่งหน้าไปยังอำเภอแม่แจ่ม ออกเดินทางยามค่ำ ผ่านมาทางบ้านป่าตึง จนมาถึงบ้านทุ่งยาวตำบลช่างเคิ่งอำเภอแม่แจ่ม แล้วก็เลี้ยวซ้ายไปยังตัวอำเภอค่ะ ตามเส้นทางแม่แจ่มขุนยวมจนเข้าเขตพื้นที่ตัวอำเภอแม่แจ่ม เวลาในขณะนั้นประมาณ 7:30 น ได้แวะทานข้าวที่ร้านอาหารพื้นเมือง ก่อนถึงตัวอำเภอค่ะ จากนั้นก็ขับรถเข้ามายังตัวอำเภอ เพื่อหาที่พักสำหรับค่ำคืนนี้ การเดินทางมาลำพังเพียงหนึ่งเดียว ทีมงานเราจึงไม่ได้กังวลเรื่องที่พักเลยค่ะ พอค่ำที่ไหนก็หาที่พักที่นั่น หาไม่ได้จริงๆ ก็คงกางเต็นท์นอนที่ใดที่หนึ่ง ในที่สุด คืนนี้ก็ได้มาพักที่พิมพ์นภาการ์เด้นโฮม บ้านพักในสวนราคาประหยัด อยู่ถัดจากปั๊มปตทมาประมาณ 300 เมตร ที่พักคืนแรกที่เมืองแม่แจ่มคือที่นี่ สภาพภายในห้องดูพอดี มีเครื่องอำนวยความสะดวกพื้นฐาน จึงเรียนการชาร์จแบตเตอรี่กล้องถ่ายรูปและอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้ค่ะ พรุ่งนี้เที่ยวแม่แจ่มเต็มวันค่ะ รุ่งอรุณของวันใหม่ เมื่อความมืดได้เจือจาง ฟ้าก็เริ่มสางที่แม่แจ่ม เช้าวันนี้อากาศสดใส มีหมอกลอยกระจายอยู่บนยอดเขา เมืองแม่แจ่มยามเช้าดูสงบเงียบ ชุมชนตั้งอยู่ที่ราบ มีแม่น้ำแจ่ม สายน้ำสำคัญไหลผ่าน รายล้อมด้วยขุนเขา อากาศยามนี้ที่เราไปยังไม่หนาว แต่ก็เย็นสบายเลยค่ะ เมืองแม่แจ่ม มีตำนานเล่าขานกันมาแต่โบราณว่า สถานที่แห่งนี้ แต่เดิมมีชื่อว่าเมืองแจม คำๆนี้ มีที่มาที่ไป ตามตำนานว่า ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าและพระสาวก ได้เสด็จมายังดินแดนแถบนี้ จาริกผ่านดอยอ่างกา หรือดอยอินทนนท์ปัจจุบัน แล้วมาโปรดสัตว์ ที่บริเวณเมืองแม่แจ่มแห่งนี้ค่ะ ขณะที่พระองค์เสด็จออกบิณฑบาต มีชาวบ้านซึ่งยากจน นำอาหารมาถวายเพียงน้อยนิด บางคนได้นำปลาปิ้งเพียงครึ่งตัวมาใส่บาตร พระพุทธองค์ทรงมองด้วยความเมตตาแล้วตรัสว่า บ้านนี้เมืองนี้มันแจมแท้หนอ ซึ่งมีความหมายว่า เมืองนี้ช่างแร้งแค้นขัดสนจริงหนอ ภายหลังต่อมา ได้เรียกขานนามดินแดนแห่งนี้ว่า มึงแจม ซึ่งคำว่าแจม เป็นภาษาละว้า แปลว่า มีน้อยขัดสนหรือขาดแคลน ต่อมาเมื่อกลุ่มคนเมืองล้านนาหรือคนไทยยวนเข้ามาอาศัยอยู่ในแถบนี้มากขึ้น จึงออกเสียงตามสำเนียงคนเมืองว่า เมืองแจ่ม และได้เพียงเป็นเมืองแจ่ม และแม่แจ่มจนถึงปัจจุบันค่ะ ก่อนออกไปเที่ยวชมแหล่งสำคัญในเมืองแม่แจ่ม ได้พบกับเจ้าของที่พัก คือคุณพ่อนิกรกับชัย ได้แนะนำเขียนเส้นทางการเดินทางท่องเที่ยวแม่แจ่มให้ ไม่ได้พูดคุยสนทนา จึงได้ทราบว่า พอแค่นี้ก่อน คือหลานของขุนชาญช่างครึ่ง 1 ใน 4 ของท่านขุนผู้ปกครองท้องถิ่น ในอำเภอแม่แจ่มเมื่อประมาณปีพุทธศักราช 2472 เป็นต้นมา ปัจจุบันทางลูกหลานได้รวบรวมประวัติ และผลงานของขุนชาญช่างครึ่ง ไว้เป็นรูปเล่มหนังสือ เป็นคุณพ่อนิกร ได้อนุเคราะห์นำมาให้ชม พร้อมเล่าเรื่องราวต่างๆในสมัยนั้นให้ฟังอย่างน่าสนใจเลยค่ะ ป้อ ขุนช่างเคี่ยน เป็นได้รับแต่งตั้งพระราชทาน ลูกเป็น x นานมาแล้วนะครับ ในสมัยนั้นแม่แจ่มยังปกครอง เลย เจ้าเมืองนะครับ เป็นเป็นการ ปกครองโดยเจ้าเมือง เจ้าเมืองแจ่ม สมัยนั้น พญาเขื่อนแก้ว เดินเท้าหน่อยค่ะ เส้นทางลัดเลาะไปตามดอย ใครจะไปถึง จอมทองนี้ต้องนอนกลางป่า ทำไมป้อ ไปเรียนหนังสือที่ในเมือง สถานการณ์ เดินทางเส้นเดิมเดินทาง 2 คืน ถึงทะลุ ไปงาน อยู่ในเมืองนะครับ อากาศที่เชียงใหม่ เข้าไปงานป 1 ขาตั้ง ต้องเตรียมอะไรอ่ะ เตรียมอาหารไปกินด้วยปลาเตย อรรถรส ข่าวการเมือง ก่อนที่จะมีถนนสายหลักที่ไปยังอำเภอจอมทองนั้น ชาวแม่แจ่มต้องเดินทางด้วยเท้าลัดเลาะผ่านดอยอินทนนท์ ต่อมา เมื่อปีพุทธศักราช 2504 ได้มีการสร้างถนนสายแม่แจ่มจอมทอง ผ่านอำเภอฮอด โดยใช้แรงงานจากชาวบ้านทุกหมู่บ้าน ทุกหลังคาเรือน เกมมาสร้างถนน ใช้เวลาสร้างประมาณ 5 ปีจนเสร็จ ผู้คนเรียกถนนสายนี้ว่า ถนนสายปลาทู เนื่องจากทางการได้นำเอาปลาทูเค็มมาให้กับชาวบ้านเพื่อใช้เป็นอาหารขนาด ทำถนนค่ะ เมื่อทราบถึงที่มาที่ไปของอำเภอแม่แจ่มพอเป็นเบื้องต้นแล้ว จึงได้เริ่มออกเดินทางไปเที่ยวชมยังเมืองแม่แจ่ม เริ่มต้น เรามุ่งหน้าไปยังวัดพุทธเอ้น ในตำบลช่างเคิ่งอำเภอแม่แจ่ม อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม ไปทางทิศเหนือประมาณ 2.5 กิโลเมตร ขับรถผ่านสะพานข้ามแม่น้ำแจ่มไปหน่อยก็ถึงวัดเลยค่ะ วัดพุทธเอ้น เป็นวัดสำคัญของเมืองแม่แจ่ม มีอายุร่วม 200 กว่าปี เดิมชื่อว่า วัดศรีสุทธาวาสเอิ้นเมกุ ตั้งอยู่ที่หมู่ 14 ตำบลช่างครึ่ง อยู่กลางชุมชนที่รายรอบไปด้วยทุ่งนา ด้านหลังเป็นภูเขาสลับซับซ้อน เมื่อเข้ามาภายในวัด เห็นวิหารไม้สักหลังงาม ศิลปะแบบล้านนา ตั้งอยู่ตรงทางเข้าวัดพอดีเลยค่ะ ที่หน้าบันด้านหน้าของวิหารมีลวดลายแกะสลักสวยงาม เข้าไปกราบพระภายในวิหารและชมความงามของเสาไม้ ที่เขียนลวดลายงามตา พระประธานในวิหาร เป็นพระเก่าแก่ ภายนอก ดูเหมือนปั้นจากปูน มาทราบว่า ภายในเป็นไม้แกะสลักค่ะ ลักหลับสิ่งสำคัญของพระพุทธองค์จะมี 3 อย่าง 1 พระอุโบสถ วิหาร บ่อน้ำทิพย์ พระวิหารนี้ เกือบ 200 ปี เท่งหาประวัติและที่มา ใครเป็นคนสร้าง บรรพบุรุษเกิดมาแล้ว เห็นเป็นรูปเป็นร่างละ เพียงแต่ว่าคนรุ่นหลัง บ่ได้มาบูรณะเพิ่มเติม แต่คงสภาพไว้เหมือนเดิม เอกลักษณ์เป็นล้านนา ออกจากวิหารแล้ว มาไหว้พระธาตุ ซึ่งประดิษฐานอยู่ด้านหลังวิหาร เป็นเจดีย์สีขาว องค์ระฆังสีทอง ศิลปะแบบล้านนา ที่ฐานรายรอบด้วยรูป 12 นักษัตร หรือตัวเปิ้ลตามภาษาล้านนา เดินชมและเก็บภาพรอบเจดีย์แล้ว จึงได้เดินลงมาชมอุโบสถกลางน้ำ อันเป็นจุดสำคัญของวัดพุทธเอ้นแห่งนี้ค่ะ อุโบสถกลางน้ำหลังน้อย เป็นโบราณสถานที่เก่าแก่ ตั้งในสระน้ำรูปสี่เหลี่ยม ล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง หลังคามุงด้วยแป้นเกล็ด ที่ทำจากไม้สัก อุโบสถกลางน้ำนี้มีชื่อเรียกว่า กูทักษะสีมา แปลว่า มีน้ำเป็นเขตแดน ซึ่งเป็นอุโบสถอีกประเภทหนึ่ง ที่ถูกต้องตามพระวินัยของสงฆ์ค่ะ ภายในอุโบสถ เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมของสงฆ์ เรียกว่า สังฆกรรม บนแท่นแก้วมีพระพุทธรูป 3 องค์ โครงสร้างทำมาจากไม้ทั้งหลัง ตามแบบศิลปะล้านนาดั้งเดิม นับเป็นสถาปัตยกรรมที่หายากยิ่งในปัจจุบัน ที่วัดพุทธเอ้น ยังมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่มีน้ำไหลออกมาตลอดปี ชาวแม่แจ่มชื่อว่า บ่อน้ำแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีผู้คนมาตักน้ำไปดื่มเป็นประจำทุกวัน ซึ่งทางการได้ทำการตรวจสอบคุณภาพน้ำอยู่เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง พบว่าน้ำที่ออกจากบ่อแห่งนี้ เป็นน้ำสะอาดบริสุทธิ์ สามารถนำมาดื่มได้อย่างปลอดภัยเลยค่ะ เห็นปลาที่แหวกว่ายน้ำเล่นอย่างชัดเจน นักท่องเที่ยวที่มาเยือนแม่แจ่ม อย่าลืมมาฝากน้ำติดตัวไปเพื่อเป็นสิริมงคลด้วยนะคะ จวบจนจะ 13:00 น จึงหาที่รับประทานอาหารกลางวัน จึงแวะที่ร้านอาหารข้างแม่น้ำแจ่ม ซึ่งอยู่ห่างจากหน้าวัดพุทธเอ้น ไปประมาณ 600 เมตร อาหารจานเดียวตอบโจทย์ได้ดีที่สุด สำหรับการเดินทางคนเดียว และใช้เวลาส่วนใหญ่ กับการเก็บภาพ ทั้งรวดเร็วและประหยัด นั่งทานข้าวไป ชมสายน้ำแม่แจ่มที่ไหลผ่านไป สายน้ำยังขุ่นสีน้ำตาล เนื่องจากเพิ่งผ่านพ้นพายุโนรูไปไม่กี่วันเองค่ะ ถัดจากนั้นได้เดินทางต่อไป ไปยังบ้านกองกันคนในพื้นที่ออกเสียงว่า กองการ หมายถึงกองแห่งไม้คานที่ใช้หาบของในสมัยก่อน ระยะทางจากวัดพุทธเอ้น 4 กิโลเมตร ขับรถประมาณ 10 กว่านาทีก็จะไปถึงหมู่บ้านแห่งนี้ มีทุ่งนาขั้นบันไดที่สวยงาม แล้วมีพระพุทธรูปพระเจ้าตนหลวง พระสำคัญของเมืองแม่แจ่มด้วยค่ะ ขับรถไปตามเส้นทางผ่านหมู่บ้านต้นตาลเมื่อเข้าสู่เขตบ้านกองกลาง ผ่านแม่น้ำแม่สุดขึ้นไปอีกนิด ด้านขวาคือวัดกองกาน เราเลี้ยวซ้ายที่ซอยหน้าวัด เพื่อไปชมทุ่งนาขั้นบันไดเป็นอันดับแรกค่ะ ขับรถเข้าไปตามถนนลูกรังอีกประมาณ 500 เมตร เราก็มาถึงทุ่งนาอันสวยงาม ด้านหลังเป็นภูเขา ในช่วงต้นเดือนตุลาคมต้นข้าวกำลังเตรียมตั้งท้อง เขียวขจีไปทั่วท้องทุ่งมีเถียงนาหลังน้อยตั้งอยู่เป็นจุดๆตาม ที่นาของแต่ละเจ้า การได้เดินชมดมกลิ่นของไอดินและต้นข้าวในผืนนา หรือว่าได้มาสัมผัสกับธรรมชาติท้องทุ่งเสมอชื่อประสานระยะห่างระหว่างทำ ธรรมชาติกับตัวเราให้ใกล้ชิดมากขึ้นเลยค่ะ จากนั้นก็เดินทางออกมา ผ่านวัดกองกาน วัดประจำหมู่บ้านแห่งนี้ มีพระพุทธรูปพระเจ้าตนหลวงองค์ใหญ่ พระเก่าแก่ที่สำคัญของแม่แจ่ม ประดิษฐานอยู่ในวิหารของวัด เสียดายที่ใช้เวลาเพลิดเพลินกับการชมทุ่งนา จึงไม่ทันได้เข้าไปกราบพระในวิหาร จึงนำภาพมานำเสนอและเชิญชวนนักท่องเที่ยวไปไหว้สักการะ มาแม่แจ่มคราวหน้า ตั้งจิตไว้ว่าจะต้องมากราบให้ได้ค่ะ กลับจากบ้านกองกาน ก่อนถึงที่ว่าการอำเภอประมาณ 1 กิโลเมตร ก็ถึงหน้าวัดบ้านเจียง ขณะนั้น เป็นช่วงเวลาเย็น แสงแดดยามเย็นสาดส่องมาจากด้านทิศตะวันตก เห็นศาสนสถานตั้งอยู่กลางชุมชน ด้านหลังเป็นทุ่งนาและสายน้ำแม่แจ่ม ตั้งใจเข้าไปกราบพระเจ้าแสนตอง พระพุทธรูปเก่าแก่สำคัญของเมืองแม่แจ่ม ที่ประดิษฐานอยู่ในอุโบสถวัดบ้านเจียงค่ะ วัดบ้านเจียง ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านสันหนองตำบลช่างเคิ่งอำเภอแม่แจ่ม เข้าไปกราบพระเจ้าแสนตอง พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสนยุคที่ 3 หรือสิงห์ 3 ที่ประดิษฐานอยู่ภายในอุโบสถ ตำนานกล่าวว่า พระเจ้าแสนตอง สร้างโดยคุณหลวงมะลังกา หรือคุณหลวงวิลังคะ เจ้าผู้ครองนคร แห่งเชิงดอยสุเทพ ผู้นำชนเผ่าละว้า หรือชาวลัวะ กลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในดินแดนแถบนี้มาก่อนกาล เดิมพระเจ้าแสนตองประดิษฐานอยู่ที่วัดร้าง ที่ชื่อต้มยางใหม่ ถุงยางใหม่ ถึงปีพุทธศักราช 2509 ได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่อุโบสถวัดบ้านเจียงจนถึงปัจจุบันค่ะ เราได้พบกับท่านเจ้าอาวาสวัดบ้านเจียง พระครูวีรกิจสุนทร ท่านได้เมตตาพาเที่ยวชมภายในบริเวณวัด พร้อมอธิบายเรื่องราวเกี่ยวกับโบราณสถาน และโบราณวัตถุให้ฟังด้วยค่ะ เก่าแก่ ในอุโบสถพระพุทธรูปแสงทอง คู่บ้านคู่เมืองของไม่เต็มแต่ละปีก็จะมาปิดทองมาส่งน้ำมัน เข้าไปกราบพระพุทธรูปพระประธานภายในวิหาร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปดั้งเดิม สืบเนื่องมาจากวิหารหลังเก่า เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น ศิลปะแบบล้านนา รายล้อมด้วยพระพุทธรูปอีกหลายองค์ ด้านหลังวิหาร มีเจดีย์เก่าแก่ที่มีรูปทรงแตกต่างไปจากเจดีย์ทั่วไปเรียกว่าเจ๊ เจดีย์หกเหลี่ยม เป็นพระธาตุแบบฐานเตี้ยเรือนทาสยืดสูงบนสุดมียอดฉัตร ขนาดเล็ก ชาวแม่แจ่มเรียกเจดีย์ทรงนี้ว่า ทรงพระอุ้มซึ่งมีลักษณะคล้ายผ้าหอพระธาตุอย่างมากเลยค่ะ ที่ด้านหลังวัดมีเจดีย์เก่าแก่เรียกว่า เจดีย์ปราสาทเจดีย์แห่งนี้และวัดบ้านเชียงได้รับการขึ้น ทะเบียนโบราณสถานแล้ว เมื่อปีพุทธศักราช 2539 ค่ะ ตอนนี้กำลัง วัดประสาท เป็นงานที่เดียวกับดูแล ฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ น่ารักจัง เปลืองน้ำตา โบราณเหมือนกัน สมัยก่อนก็คงจะสร้างใกล้เคียงกัน จังหวัดพระราชเพลิง 192 วัดที่มีเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า 8 เส้นที่ใส่ซีดี จากนั้นก็กลับมายังห้องพัก ที่พักคืนนี้ยังคงที่เดิม แต่เปลี่ยนห้องเป็นอาคารไม้สุดคลาสสิค ได้บรรยากาศเหมือนโฮมสเตย์ที่เรียบง่ายอยู่บนชั้น 2 ส่วนชั้นล่างเป็นที่นั่งเล่นและที่ดื่มกาแฟ เมื่อย้ายของจำเป็นเข้าที่พักแล้ว จึงออกไปรับประทานอาหารค่ำในตัวอำเภอ คืนนี้ นับเป็นชิ้นที่ 2 ของการมาเยือนแม่แจ่ม พรุ่งนี้มีแผนการเดินทางไปเที่ยวชมการทอผ้าตีนจก และวัดวาอารามเก่าแก่อีกหลายแห่ง หลังจากนั้น ก็จะเดินทางออกจากแม่แจ่ม เป้าหมายต่อไป ที่แม่สะเรียงจังหวัดแม่ฮ่องสอนค่ะ เช้าวันใหม่อากาศแจ่มใสทั่วฟ้า เนื่องจากมีฝนตกมาเมื่อวันวาน นับเป็นวันที่ 2 ของการมาเที่ยวเมืองแม่แจ่ม เช้าวันนี้ รองท้องด้วยกาแฟ ร้านขนมปังปิ้ง ที่ทางหอพักได้เตรียมไว้บริการ เก็บข้าวเก็บของใส่รถแล้วก็เริ่มออกเดินทางจากที่พักตั้งแต่ 8:00 น เช้า วันนี้มีแผนการเดินทางหลายที่ เริ่มต้นด้วยการเดินทางไปยังบ้านท้องฝาย หนึ่งในชุมชนทอผ้าซิ่นตีนจก ของอำเภอแม่แจ่ม ซึ่งมีการทออยู่ในหลายหมู่บ้าน ส่วนที่บ้านท้องฝาย ทราบมาว่า มีทั้งการทอใช้ ท่อขายและมีร้านค้าที่จำหน่ายผ้าตีนจกหลายร้านด้วยกันค่ะ เดินทางออกจากตัวอำเภอแม่แจ่ม เลียบไปตามลำน้ำแจ่มประมาณ 1.5 กม. ก็มาถึงบ้านท้องฝาย หมู่ที่ 8 ตำบลช่างเคิ่งอำเภอแม่แจ่ม เมื่อมาถึงหมู่บ้าน ด้านขวามือเป็นกลุ่มหัตถกรรมผ้าซิ่นตีนจกบ้านท้องฝาย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการสาธิตและจำหน่ายผ้าซิ่นตีนจกค่ะ แม้ว่าวันที่เราไป สภาพทั่วไปยังไม่เรียบร้อยดี สืบเนื่องจากการหยุดดำเนินการชั่วคราวในช่วงพิษ covid-19 ที่ผ่านมา แต่ปัจจุบัน ทางศูนย์ได้เปิดรับนักท่องเที่ยวแล้ว แล้วเริ่มปรับปรุงให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง กลับมาเป็นที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้งค่ะ ขับรถเข้ามาใน ในหมู่บ้าน เฉพาะมีร้านค้าจำหน่ายผ้าทอ และผ้าซิ่นตีนจกอยู่เป็นระยะ นักท่องเที่ยวผู้มาเยือน สามารถแวะชมได้ทุกร้านเลยค่ะ ไม่ซื้อไม่เป็นไร เที่ยงแวะชมพูดคุยกับแม่ค้า ดูการทอผ้าแบบดั้งเดิมก็ได้เลยค่ะ เรามาแวะชมที่ร้านจิรภาผ้าทอ ได้พบเจ้าของร้าน ที่จิรภาสาครินทร์ กำลังทอผ้าอยู่ที่ร้าน ไม่เห็นการทำผ้าตีนจกอย่างใกล้ชิด เมื่อเสร็จแล้ว จะนำเอาส่วนนี้ มาเย็บติดกับผ้าซิ่น เรียกว่าผ้าซิ่นตีนจกค่ะ คำว่าตีนจก มาจากคำว่าตีนหมายถึงตีนสิ้น หมายถึงเชิงของผ้าถุง ส่วนคำว่าจบ เป็นภาษาเหนือหมายถึงการล้วง เนื่องจากการทอผ้าชนิดนี้จะต้องใช้ขนเม่น หรือไม้แหลม หรือรุ้งเส้นด้ายสีต่างๆขึ้นบนและลงล่าง เพื่อให้เป็นลวดลายต่างๆตามต้องการ ผ้าที่ทอขึ้นนี้เรียกว่า ถ้าจบเมื่อนำไปต่อเป็นเชิงผ้าถุงนึงเรียกว่า ซิ่นตีนจก มันเป็นชื่อของผ้าซิ่นที่มีชื่อเสียงของเมืองแม่แจ่มมายาวนาน ในช่วงงานประเพณีหรือเทศกาลสำคัญของแม่แจ่ม แม่หญิงชาวแม่แจ่มทุกวัย จะใส่ผ้าซิ่นตีนจกมาวัด เป็นภาพที่สวยงามที่มีให้เห็นได้ในเมืองแม่แจ่มแห่งนี้ หญิงสาวผู้ใดได้ใส่ผ้าซิ่นตีนจกแล้ว โฉมนางผู้นั้นดูช่างมีความงดงามอ่อนหวานดูงามตางาม ละเมียดละมัย ทั้งเนื้อผ้าและอาภรณ์เลยค่ะ ที่นี่คือโรงเรียนสืบสานภูมิปัญญาล้านนาบ้านท้อง น้องสาย แหล่งเรียนรู้การทอผ้าตีนจก เราได้พบกับคุณแม่อินศรีกรรณิการ์ แม่ครูผู้ถ่ายทอดภูมิปัญญาการทอผ้าตีนจกแห่งบ้านท้องฝาย ตอนนี้แม่กำลังทำอยู่ครับ มันไม่กลับเลย คุณแม่กิมสีได้อนุเคราะห์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผ้าตีนจก ให้ฟังอย่างน่าสนใจอย่างมากเลยค่ะ จะจบ โจ๊ก ส่งเจ้าพ่อเชิงทองคำ 33 ส่วนนอกเจ้า ตั้ง 2-3 ปีน้ำหนักนี่ก็คือคนผิด จะมาจุ๊บไม่เข้าด้วยกัน ฉันนี่หว่าเป็นด้านห้องเรียนสืบสานภูมิปัญญานี้ฝนจะตกช่วงไหนของเขา แล้วแต่ ใครจะไม่ให้เรียนก็ไม่เห็นได้ มาล่าสุดได้กี่คน 2 คน 3 คน เห็นกี่วันแม่ งานประมาณ 2 อาทิตย์ ถ้า 2 อาทิตย์นี้จะได้ลายโบราณ ซื้อเทียนทำสีชกเลย เป็นค่าใช้จ่ายนี้ก็คิดอย่างไรครับถ้าจะจ่ายหนี้มันจะคิด วันละ 500 บาทต่อคน ร้านอาหารกลางคืนนี้ กางเกงตัวกันก็แม่นี่แหละ แล้วแต่คนจะคิดเห็นต่างหาก เสร็จแล้วก็ขอตัวเดินทางกลับเพื่อไปยังเป้าหมายต่อไป ออกจากบ้านท้องฝายแล้ว เดินทางย้อนกลับมาที่ตัวอำเภอ ซื้อไปยังวัดป่าแดด วัดเก่าแก่สำคัญของอำเภอแม่แจ่ม วัดระยะทางจากหน้าที่ว่าการอำเภอแม่แจ่มไปทางทิศตะวันออกประมาณ 4 กิโลเมตรค่ะ วัดป่าแดด ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าผา อำเภอแม่แจ่มจังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศักราช 2400 โดยพระยาเขื่อนแก้ว เจ้าเมืองแม่แจ่มในขณะนั้น มื้ออื่นเข้าไปในวัด เข้ากับสภาพแวดล้อมและความสวยงามของวิหารตามแบบล้านนาดั้งเดิม ที่มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ มีช่อฟ้าใบระกาและหางหงส์ ประดับด้วยลายปูนปั้นสีทองอ่อนช้อยสวยงาม ที่บันไดหน้าวิหาร ประดับด้วยปูนปั้นรูปเมื่อก่อนขายสิงห์ ดูเป็นศิลปะที่สะดุดตามากเลยค่ะ มีพระประธานลักษณะงดงาม เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นสีทอง ศิลปะพื้นบ้านล้านนา ด้านหน้าพระประธานมีสัตบรรณหรือเชิงเทียนบูชาแบบล้านนาค่ะ ที่ผนังภายในวิหาร ประดับด้วยภาพเขียนจิตรกรรมเก่าแก่ ภาพเขียนโบราณนี้ เป็นงานศิลปะที่มีชื่อเสียงของเมืองแม่แจ่ม อายุประมาณ 150 ปี ดูจากลักษณะของรูปภาพและการแต่งกายแล้ว สันนิษฐานว่า เขียนโดยช่างแต้มชาวไทยใหญ่ สวนอักษรที่บรรยายภาพ เป็นตัวอักษรล้านนาหรือตัวเมือง เป็นภาพเกี่ยวกับพุทธประวัติ เวสสันดรชาดก วิฑูรบัณฑิต และภาพนิทานพื้นบ้านค่ะ ภาพวาดนี้ได้แสดงให้เห็นวิถีชีวิตของชาวแม่แจ่มเมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมา เห็นได้จากภาพวิถีชีวิต และการแต่งกายโดยเฉพาะผ้าซิ่นตีนจกอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวแม่แจ่มมาตั้ง อดีตมากๆเลยค่ะ มีธรรมาสน์เทศน์ธรรมแบบล้านนาที่เก่าแก่ สำหรับพระสงฆ์ใช้นั่งเทศนา ทำจากไม้สักทั้งหลังอยู่ด้านข้างวิหารเลยค่ะ บริเวณรอบวิหารยังคงสภาพเหมือนวัดในสมัยก่อน สิ่งก่อสร้างแบบสมัยใหม่มีได้รุกล้ำเข้าไปในเขตพุทธาวาสเลยค่ะ ออกจากวัดป่าแดดแล้ว มุ่งหน้าสู่วัดยางหลวง อันเป็นเป้าหมายสุดท้ายของการมาเที่ยวแม่แจ่ม วัดยางหลวง ตั้งเมื่อพุทธศักราช 2026 เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของอำเภอแม่แจ่ม ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 บ้านยางหลวงตำบลท่าผาอำเภอแม่แจ่ม ตามประวัติกล่าวว่า วัดยางหลวง ตั้งขึ้นโดยชาวกะเหรี่ยง ซึ่งคนทางเหนือ พี่เกรียงว่าอย่าง ภายในวัด งดงามด้วยอุโบสถแบบล้านนาทรงเตี้ย ด้านบน ประดับด้วยช่อฟ้าใบระกา ดูเก่าแก่ มีคุณค่า ที่นั่นหลังอุโบสถ มีภาพเขียนรูปพระพุทธเจ้าและพระอัครสาวกซ้ายขวา ดูเป็นศิลปะที่สะดุดตามากเลยค่ะ น้องฟอร์ดชาวบ้านยางหลวงได้อาสาพาไปชมภายในอุโบสถของวัด ตัวองค์พระพุทธรูป จะเป็น พระพุทธรูปเก่าตั้งแต่สมัย 600 หรือ 500 กว่าปีที่แล้ว เวลานี้ได้มีการบูรณะมาแล้วโดยอาจารย์ทอง ตรง มึงจะเรียกว่าเขาคิชฌกูฏ พบกับปู่ปราสาท เป็นรูปปราสาทปูนปั้น ลักษณะงดงามแปลกตา ซึ่งตั้งอยู่หลังพระประธาน คนโบราณเชื่อกันว่าเป็นประตูไปสู่สวรรค์ ลักษณะทางสถาปัตยกรรมของกิจกรรม เป็นแบบพุกามพม่า ผสมกับศิลปะแบบล้านนาสกุลช่างเชียงแสน สันนิษฐานว่า จำลองมาจากเขาคิชฌกูฏ ที่ประเทศอินเดีย น้องกอดยังพาไปชมภาพเงาวิหารสะท้อนกลับหัว เมื่อปิดประตูอุโบสถแล้ว จะมีภาพสะท้อนปรากฏให้เห็นค่ะ โอ๊ยไปไหนมาครับ เดี๋ยวย่าเอาหลังวัด คนบ้านเฮาแท้น้อ ดูแข็งแรงดีน้อ สายแข็งแรงแข็งแรงสุขภาพดี ไปนอนกับยูเนี่ยน อ****นี่กูแล้วน่ากินเผื่อแล้วตั้งแต่ก่อนไปรอนะครับ โทรไลน์แล้ว แล้วตอนนี้ถึงบ้าน ใช้เวลาชมวัดยางหลวงได้ไม่นานก็ต้องเดินทางออกจากแม่แจ่มซึ่งเวลาค่ะ ขณะนั้นประมาณ 15:00 น ต้องขับรถออกไปยังถนนสายอำเภอฮอด เดินทางไปต่อยังอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอนจบชุดการท่องเที่ยวแม่แจ่มเพียงแค่นี้ก่อนค่ะ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากแห่งในอำเภอแม่แจ่มที่เรายังไม่ได้ไปเที่ยวชม หากมีโอกาสครั้งต่อไปจะมาเยือนอีกครั้งค่ะเชิญติดตามชมชุดแรก เรียน ดินแดนแห่งมนต์ขลัง EP ต่อไปสวัสดีค่ะ อย่าลืมกดไลค์กดแชร์กดติดตามหรือ Subscribe เพื่อเป็นกำลังใจทีมงานในการสร้างคลิปต่อไปด้วยนะคะ ทริปนี้ได้รับการสนับสนุนการเดินทางโดย ศิริพรผ้าไหมยกดอกลำพูน สนใจผ้าไหมยกดอกทองมือ ติดต่อได้ตามเบอร์โทรนี้ค่ะ

See also  ร้านเล็กๆ ลับๆ ริมหาดส่วนตัว เมนูทะเลแน่นๆ 50บาท กุ้ง หมึก หอยเชลล์ สดใหม่