อาจารย์ยอด : ถ้ำเสือ แดนคนธรรพ์ [น่ารู้]

ถ้ำเสือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในประเทศไทย ที่มีความหลากหลายและน่าตื่นเต้นเพื่อให้คุณสามารถสัมผัสประสบการณ์การเดินทางผจญภัยในแดนคนธรรพ์ได้อย่างแท้จริง ถ้ำเสือตั้งอยู่ในจังหวัดพังงา และนับเป็นหนึ่งในถ้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในบทความนี้เราจะพาคุณสำรวจถ้ำเสือในรายละเอียดเพื่อให้คุณได้รู้จักกับสถานที่นี้อย่างเต็มที่

แนะนำถ้ำเสือ

อาจารย์ยอด : ถ้ำเสือ แดนคนธรรพ์ [น่ารู้] - YouTube

ถ้ำเสือเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาหินงู อุทยานแห่งชาติที่มีทัศนียภาพธรรมชาติที่งดงามและน้ำตกที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ ถ้ำเสือเต็มไปด้วยปริมาณหินงูที่น่าทึ่งที่เต็มไปด้วยสวยงามที่คุณไม่ควรพลาด ในถ้ำยังมีประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับชาติพันธุ์และชาติพันธุ์ไท ที่จะทำให้คุณมีประสบการณ์การเรียนรู้ที่น่าตื่นเต้น

ประวัติความเป็นมาของถ้ำเสือ

อาจารย์ยอด : ถ้ำเสือแดนคนธรรพ์ [น่ารู้] new - YouTube

ถ้ำเสือเป็นถ้ำที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน มีความเชื่อว่าถ้ำนี้เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาติพันธุ์ไท ที่ใช้เป็นศูนย์กลางของการปกครองและการค้าของชาติพันธุ์ไทในอดีต ถ้ำเสือยังถูกค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2517 โดยอาจารย์ยอด กฤษชาติ ศรีสุวรรณ ซึ่งเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งทำให้ถ้ำนี้มีชื่อว่า “ถ้ำเสือ” เนื่องจากพบโครงกระดูกของเสือในถ้ำ

การเดินทางไปถึงถ้ำเสือ

อาจารย์ยอด : ผีปอบ [ผี]

เพื่อเข้าถึงถ้ำเสือ คุณสามารถเดินทางโดยรถยนต์หรือรถบัสจากตัวเมืองพังงา การเดินทางจากตัวเมืองใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที คุณจะได้รับบรรยากาศที่เงียบสงบและสวยงามของธรรมชาติในระหว่างการเดินทาง

ลักษณะและสถานที่ในถ้ำเสือ

จัดอันดับ Youtube ไทย Channel Ranking

ถ้ำเสือมีลักษณะเป็นถ้ำที่กว้างขวางและมีความยาวมาก มีเส้นทางเดินที่ชัดเจนเพื่อให้คุณสามารถสำรวจถ้ำได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีภูเขาหินงูที่สวยงามอยู่ภายในถ้ำที่คุณสามารถชมได้ สถานที่ในถ้ำเสือยังมีแหล่งน้ำตกที่งดงามที่ชื่อว่า “น้ำตกพังงา” ที่มีความสูงประมาณ 50 เมตร

สิ่งที่น่าสนใจในถ้ำเสือ

VDO ช่อง Youtube อาจารย์ยอด

ถ้ำเสือมีสิ่งที่น่าสนใจมากมายที่คุณสามารถสำรวจได้ หนึ่งในนั้นคือโครงกระดูกเสือที่พบภายในถ้ำ ซึ่งเป็นภาพรวมของประวัติศาสตร์และธรรมชาติในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีตำหนิทางธรรมชาติที่สวยงาม ภูเขาหินงูที่มีลักษณะทางธรรมชาติที่น่าทึ่ง ทั้งนี้คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ไทที่สร้างสรรค์ผ่านภาพแสงสวยงามในถ้ำ

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงถ้ำเสือ

VDO ช่อง Youtube อาจารย์ยอด

นอกจากการเยี่ยมชมถ้ำเสือแล้ว ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ใกล้เคียงที่คุณอาจสนใจ หนึ่งในนั้นคือ อุทยานแห่งชาติเขาป่าสัก ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงามที่มีป่าชายเลนที่อุดมไปด้วยความหลากหลายของสัตว์ป่าและพืชที่น่าตื่นเต้น นอกจากนี้ยังมีน้ำตกที่สวยงามอื่นๆ ที่ใกล้เคียงอีกมากมายที่คุณสามารถสัมผัสได้

อาหารและร้านอาหารที่แนะนำ

อาจารย์ยอด : เหล็กไหลมัจจุราช [ลึกลับ] new

เมื่อคุณเข้าชมถ้ำเสือแล้ว คุณไม่ควรพลาดที่จะลิ้มรสอาหารท้องถิ่นที่อร่อยในพื้นที่ มีร้านอาหารท้องถิ่นใกล้เคียงที่คุณสามารถสัมผัสรสชาติอันหอมหวนจากอาหารท้องถิ่นได้ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารที่มีเมนูอาหารท้องถิ่นหลากหลาย ร้านกาแฟที่มีบรรยากาศอบอุ่น หรือร้านขายของหวานที่มีขนมหวานอร่อยเป็นเอกลักษณ์

ที่พักใกล้ถ้ำเสือ

จัดอันดับ Youtube ไทย Channel Ranking

หากคุณต้องการพักผ่อนหลังจากการสำรวจถ้ำเสือ มีที่พักใกล้เคียงที่มีความหลากหลายให้เลือก คุณสามารถเลือกที่พักที่มีบรรยากาศเงียบสงบและสวยงามกลางธรรมชาติหรือเลือกที่พักที่ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองซึ่งให้คุณมีความสะดวกสบายในการเดินทางไปยังสถานที่อื่นๆ ใกล้เคียง

กิจกรรมท่องเที่ยวในถ้ำเสือ

นอกจากการสำรวจถ้ำแล้ว ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวอื่นๆ ที่คุณสามารถเล่นและสนุกได้ในถ้ำเสือ อาทิเช่นการล่องเรือในแม่น้ำในถ้ำ เดินเส้นทางที่มีการปีนเขาหินงู หรือเล่นกิจกรรมแนะนำอื่นๆ ที่จัดให้ในพื้นที่ ทั้งนี้คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวที่น่าตื่นเต้นและเป็นที่จดจำในระยะยาว

คำแนะนำและเกร็ดความรู้

yeehwakanjana – กระบี่เมืองน่าอยู่

  • คำแนะนำที่สำคัญก่อนที่คุณจะเข้าถึงถ้ำเสือคือควรใส่เสื้อผ้าและรองเท้าที่สบาย และเตรียมตัวให้พร้อมกับอากาศร้อนและชื้น
  • ต้องมีการสนับสนุนและคำแนะนำจากผู้ช่วยเทคนิคที่มีความเชี่ยวชาญในการเดินทางเพื่อให้คุณสามารถสำรวจถ้ำได้อย่างปลอดภัย
  • ควรเตรียมตัวกันน้ำและอุปกรณ์ป้องกันแสงแดดเพื่อรักษาความปลอดภัยขณะเดินทาง

เหตุผลที่ควรเยี่ยมถ้ำเสือ

VDO ช่อง Youtube อาจารย์ยอด

ถ้ำเสือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยและการสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ คุณสามารถพบกับความงดงามและความเรียบง่ายของธรรมชาติที่รอบรู้รอบจักรวาล การสำรวจถ้ำเสือยังเป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การเดินทางที่ไม่เหมือนใคร

สรุป

ถ้ำเสือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าตื่นเต้นในจังหวัดพังงา ซึ่งมีลักษณะเป็นถ้ำที่กว้างขวางและมีความยาวมาก ในถ้ำคุณจะได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติ และสำรวจประวัติศาสตร์และธรรมชาติในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ใกล้เคียงที่คุณสามารถสนุกกับกิจกรรมและสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวที่น่าตื่นเต้นได้

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่ 1: ถ้ำเสือเปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปีหรือไม่? คำตอบ: ใช่, ถ้ำเสือเปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี คุณสามารถเยี่ยมชมถ้ำได้ในทุกฤดูกาล แต่ควรตรวจสอบกับทางราชการหรือที่สถานที่ก่อนเดินทางเพื่อทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปิดทำการในช่วงเวลาที่คุณต้องการเยี่ยมชม

คำถามที่ 2: มีค่าเข้าชมถ้ำเสือหรือไม่? คำตอบ: ใช่, มีค่าเข้าชมถ้ำเสือที่เรียกว่า “ค่าบริการเข้าชม” ซึ่งอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานที่และนโยบายปัจจุบัน คุณควรตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับค่าเข้าชมก่อนเดินทางเพื่อประหยัดเวลาและงบประมาณ

คำถามที่ 3: สิ่งของที่ควรเตรียมตัวมากับการเดินทางไปถ้ำเสือคืออะไร? คำตอบ: เมื่อเดินทางไปถ้ำเสือ คุณควรเตรียมตัวด้วยอุปกรณ์ที่จำเป็นเช่น รองเท้าที่สะดวกสบายเพื่อการเดินเท้าในถ้ำ ผ้าเช็ดตัวหรือผ้าเช็ดเท้า เสื้อผ้าที่เหมาะสมสำหรับสภาพอากาศที่มีความชื้น และน้ำดื่มเพียงพอสำหรับการเดินทางภายในถ้ำ

คำถามที่ 4: มีการเตรียมอุปกรณ์การเดินทางเพิ่มเติมที่ต้องใช้เพื่อเข้าถึงถ้ำไหม? คำตอบ: ในการเข้าถึงถ้ำเสือ คุณจำเป็นต้องมีการเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นเพิ่มเติม เช่น ไฟฉายหรือแหล่งจ่ายไฟสำรอง เนื่องจากภายในถ้ำอาจมืดหรือไม่มีแหล่งไฟฟ้า อุปกรณ์นำทาง เช่น แผนที่หรือเครื่องนำทาง GPS เพื่อให้คุณสามารถเดินทางไปยังจุดหมายในถ้ำได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

คำถามที่ 5: มีเส้นทางการเดินทางอื่นๆ ที่ใช้ในการเข้าถึงถ้ำเสือไหม? คำตอบ: เพื่อเข้าถึงถ้ำเสือ มีเส้นทางการเดินทางหลายสายที่สามารถใช้ได้ แต่เส้นทางหลักสามารถเดินทางโดยรถยนต์หรือรถบัสจากตัวเมืองพังงา การเดินทางจากตัวเมืองใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที คุณสามารถติดต่อสอบถามเส้นทางและรายละเอียดการเดินทางเพิ่มเติมได้จากทางราชการหรือแหล่งข้อมูลท่องเที่ยวในพื้นที่

อาจารย์ยอด : ถ้ำเสือ แดนคนธรรพ์ [น่ารู้] [VIDEO]

“#อาจารย์ยอด
กดติดตามไว้ กดแชร์ตามอัทธยาศัย มีเรื่องใหม่เล่าให้ฟังทุกเช้าครับ
สั่งซื้อ อาจารย์ยอด MP3 ซีดี/แฟลชไดรฟ์ ได้แล้วที่
https://ajarnyordmp3.page365.net
————–

/ ajarnyord [Official Channel]”

เนื้อหาของวิดีโอ อาจารย์ยอด : ถ้ำเสือ แดนคนธรรพ์ [น่ารู้]

กัมมัง แรงใดในโลก เสมอด้วยแรง กำมะหยี่ สวัสดีครับท่านผู้ฟังที่เคารพ นี่คือรายการเรื่องเล่า วันนี้จะเล่าถึงเรื่อง ถ้ำเสือแดน คนธรรพ์ ที่ อาจารย์สิ สิทธาเชตวัน ท่านได้เขียนเล่าไว้ พระอาจารย์สิ สิทธาเชตวันนี่เป็นผู้ที่อาจารย์ยอด ให้ความเคารพนับถือ หรือท่านเป็นอย่างมากทีเดียว ท่านเล่าว่า ฟังชื่อถ้ำเสือนี่ก็น่ากลัว ยิ่งได้ออกไปชมถ้ำได้เห็นหินงอกหินย้อยออกมาเป็นอุ้งตีนเสือ เป็นภาคพิสดารมหัศจรรย์ ประกอบกับบรรยากาศเยือกเย็นลึกลับในถ้ำ ทำให้เหมือนกับ พลัดหลงเข้าไปอยู่ในถ้ำพญาเสือโคร่งจริงๆ ถ้ำเสือที่ว่าเนี่ยอยู่ที่จังหวัดกระบี่ครับ ดินแดนเมืองใต้ เป็นสำนักสงฆ์ปฏิบัติสมถะและวิปัสสนากรรมฐานที่ตั้ง ตั้งแต่เมื่อปี สถานที่นี้อยู่ห่างจากตัวเมืองกระบี่ ไปตามทางหลวงสายกระบี่ตรัง ประมาณ 7 กิโลเมตรมีป้ายปักไว้บอกทางเข้าถ้ำ ปกติมีพระสงฆ์สามเณรและแม่ชีปฏิบัติธรรมที่ถ้ำเสือมีประมาณ 100 รูป เป็นแม่ชีสระ 50 รูปแล้วก็สามเณรจำนวนเล็กน้อย แต่ว่าเมื่อถึงการเข้าพรรษาจะมีพระเณรและแม่ชีเข้าป่า ปฏิบัติธรรมเพิ่มจำนวนมาก หัวหน้าสำนักปฏิบัติธรรม ทำถ้ำเสือ คือพระอาจารย์จำเนียรสีลเสฏโฐ พระอาจารย์จำเนียรตอนนั้นอายุ 45 ปีท่านยังหนุ่มแน่นแข็งแรง บวชมาแล้ว 25 บาท ร่างกายและชีวิตนี้ของท่านได้มอบถวายให้แก่พระพุทธศาสนาแล้วไม่มีวันจะแปรเปลี่ยน ไปเป็นอย่างอื่น ท่านมีวัตรปฏิบัติที่แปลกอยู่อย่างนึง คือถ้าชอบอาบน้ำจริงเจอ ทำไมต้องถามวิตถารอย่างนั้น ปกติพระอาจารย์จำเนียรผิวขาวสะอาดอนามัยดีรูปร่างสมบูรณ์แข็งแรง แต่เมื่ออาบน้ำผสมด้วยทิงเจอร์แล้วก็ทำให้ผิวพรรณน้องท่านมาอีกเรียมหมองคล้ำและกระดำกระด่าง น่าเกลียด แล้วท่านยังชอบอดอาหารให้ร่างกายซูบซีดถ่ายผอมอีกด้วย เหตุผลที่พระอาจารย์จำเนียรทำอย่างนี้ก็เพื่อต้องการไม่ให้ Isuzu ตรีเพชรมาสนใจในร่างกาย ของท่านนั่นเอง พระอาจารย์จำเนียรศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาอย่าง น้ำท่วมท้น ได้ถวายคำ บริษัทต่อพระรัตนตรัยไว้แล้วว่ะ ในชาตินี้ท่านจะต้องบวชอยู่ในพระศาสนาไปตลอดชีวิต จะไม่ยินยอมสึกออกมาเป็นฆราวาสอย่างเด็ด จะต้องปฏิบัติดีประพฤติชอบ เป็นพระสุปฏิ จิบอันโนเพื่อมรรคผลและนิพพาน เมื่อได้ถวายคำสัตย์ต่อพระรัตนตรัยแล้วเช่นนี้ ท่านกรรมการคิดพิจารณาดูว่า ทำอย่างไรจึงจะบวชอยู่ได้ไปตลอดชีวิต ประวัติ ที่ได้ประสบพบเห็นมา ครูบาอาจารย์ที่สอนธรรมะ ทั้งปริยัติหลักวิชาและปฏิบัติ สมถะ วิปัสสนาอย่างเ****วชาญ ได้ศึกษาลาเพสออกไปแต่งงานมีครอบครัวลูกสาวอยู่ด้วยกันมามากแล้ว ในที่สุดพระอาจารย์จำเนียรก็ค้นพบสาเหตุที่พระครูบาอาจารย์ทั้งหลายต้องศึกษาลาเพสออกไป มีลูกมีเมียนะ มีสาเหตุอยู่หลายประการ สาเหตุหนึ่งก็คือรูปร่างหน้าตาผิวพรรณของพระอาจารย์นั้นผุดผ่อง มีสง่าราศี เป็นสื่อน้อมนำให้สีกาสาวๆอันเป็นเพศ ที่เป็นศัตรูกับรถพรหมจรรย์ เกิดความรักใคร่หลงใหลและแสดงจริตกิริยาอันส่อถึงความปรารถนาในเชิงชู้สาว เมื่อพระอาจารย์ถูกยั่วยวนมากๆเข้าก็ทำไม่เผลอ เหลือตนเกิดความเคลือบผมลืมสติไม่อาจจะเหนี่ยวรั้งจิตใจตัวเองไม่ได้ ในที่สุดก็ต้องศึกษาลาเพสออกไปแต่งงานอยู่กินกัน เป็นสามีภรรยากันตาม เพราะรูปร่างหน้าตาผิวพรรณเป็นเหตุให้สีกาผึ้งพอใจใน พระนี่เอง พระอาจารย์จำเนียรก็เลยต้องระมัดระวังตัว พยายามทำให้รูปร่างหน้าตาของท่านให้น่าเกลียดผิดแปลกไปจากความเป็นจริง เป็นต้นมาเอาจริงเจอมาผสมน้ำอาบให้ผิวกายไหม ไม่เกรียมกระดำกระด่าง เพื่อไม่ให้ผู้ที่พบเห็นติดใจสนใจในรูปกายของท่าน อันจะเป็นสื่อทำให้ท่านต้องเกิดความ อึดอัดลำบากใจในการครองสมณเพศ ถ้ำเสืออยู่ในทิวเขาคูหาคีรีวง เหตุที่ได้ชื่อว่าถ้ำเสือก็เพราะเป็นถ้ำที่เสือโคร่งขนาดใหญ่เดินเข้าออกอยู่เสมอ แล้วก็มีหินงอกหินย้อยเป็นสัญลักษณ์รูปอุ้งตีนเสืออยู่ในถ้ำ มันน่ามหัศจรรย์นิ เขาคูหาคีรีวงศ์นี้เป็นชื่อที่คนทันบอกกล่าว แต่ชาวบ้านชอบเรียกเขาทำ เสือบ้านเรียกเขาลูกธนูบ้าง แล้วบางคนก็เรียกเขาแก้ว ทิวเขาอันลึกลับนี้มีถ้ำสำคัญสำคัญอยู่หลายถ้ำเช่นถ้ำปลาไหล ถ้ำลูกธนูถ้ำคนธรรพ์ถ้ำ ช้างแก้ว ภูมิประเทศแถบจังหวัดพังงาและกระบี่ ย่อมเป็นที่รู้กันดีว่ามีภูเขามาก มีธารน้ำมีอ่าวทะเลสวยๆงามๆ คนชอบถ่ายรูป มาทำโปสการ์ด ภาพวิวสวยๆขายก็มี ความสวยงามของทิวทัศน์ ชวนให้เกิดอารมณ์จินตนาการ เลิกแล้วประทับจับใจ ถ้ำเสืออยู่ในหุบเขาอ่าวลูกธนู แวดล้อมด้วยทิวเขาคูหาคีรีวงซึ่งมียอดสลับซับซ้อนสวยงาม คล้ายๆกับม่านฉากละครอันวิจิตรตระการตา เป็นสถานที่อันเงียบสงัด ต้นไม้โบราณใหญ่ๆขนาด 2 3 คนโอบไม่รอบก็มีอยู่เยอะ แตกกิ่งก้านสาขาร่มรื่นทั่วไป ธรรมชาติภูเขาและต้นไม้ใบหญ้างามเหมือนกับความฝันอากาศก็เย็นฉ่ำสบาย จึงเหมาะสมเป็นดานวิเวกสำหรับปฏิบัติธรรมกรรมฐานอย่างดียิ่ง บางคนกล่าวว่าสำนักกรรมฐานเขาถ้ำเสือหรือคูหาคีรีวงศ์เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ มีอะไรอะไรที่ลี้ลับมหัศจรรย์ สิ่งลี้ลับนั้น ส่งอนุภาพ แบบว่าลึกลับที่แฝงเร้นอยู่ในมวลสารของโลกจะเรียกว่าวิญญาณก็ได้ อย่าเรียกว่าผีสางเทวดาก็ได้หรือว่าจะเรียกว่าชาวโลกที่มองไม่เห็นก็ได้ หม่อมเจ้าหญิงวิภาวดีรังสิตก่อนที่จะถึงชีพิตักษัย ไสทรงเป็นนักปฏิบัติ กรรมฐานที่บำเพ็ญเพียรแน่วแน่มั่นคง พระองค์ท่านเคยเสด็จ ไปส่งพักแรมที่ถ้ำเสือมาแล้ว เพื่อปฏิบัติวิปัสสนา ได้ทรงเล็งเห็นความศักดิ์สิทธิ์ลี้ลับของเขาถ้ำเสือ ถึงกับได้ทรงมี พระอักษรถึงพระอาจารย์จำเนียร ดังนี้ นครศรีธรรมราช 30 พฤษภาคม 2500 เรียนพระอาจารย์ทราบ ดิฉันจะเดินทางกลับกรุงเทพฯคืนนี้ พร้อมด้วยหลวงพ่อพระมหาวีระ ฤาษีลิงดํา และหลวงปู่ครูบาธรรมชัยและคณะ ก่อนออกเดินทางได้หาโอกาสฝากหนังสือพระ อาจารย์ของดิฉันคือหลวงพ่อพระมหาวีระมาให้ท่าน 3 เล่ม เผื่อจะมีประโยชน์ กับลูกศิษย์ของท่าน ที่จะศึกษา หลวงปู่ครูบาธรรมชัยได้ขอร้องให้ดิฉันเขียนจดหมายถึงท่านเพื่อเตือนให้ทราบว่า สำนักสงฆ์ถ้ำเสือของท่านเป็นสถานที่สำคัญยิ่งลักษณ์ในศาสนาของเรา เปลี่ยนสถานที่ศักดิ์ ในวันที่หลวงพ่อพระมหาวีระ และหลวงปู่ครูบาธรรมชัยไปเยี่ยมท่าน หลวงปู่ครูบาธรรมชัยได้พบเทพที่สำคัญ 2 องค์ องค์หนึ่งชื่อเจ้าศากยเวลา อีกองค์นึงชื่อเจ้า กรุงสยามราชเทวี พร้อมด้วยบริวารนับ ไม่ถ้วนส่งเครื่องสวยงามมาก สวมชฎาทองแวววาวไปหมด ถ้าพระอาจารย์สร้างบันไดคอนกรีตขึ้นไป ให้คนขึ้นไปสะดวกสะดวก สถานที่แห่งนั้นจะหมดความศักดิ์สิทธิ์ลงทันที ภายในระยะเวลาไม่นาน พระอาจารย์จะสูญเสียสิ่งที่ดีงามศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมด ขอให้พระอาจารย์เชื่อท่านเถอะ ดิฉันเองมีความเห็นเช่นเดียวกัน ขอให้พระอาจารย์เลิกสร้างบันไดคอนกรีตเสียเถิดเจ้าค่ะ ที่ทำแล้วก็ให้แล้วกันไป กรุณาอย่าทำเพิ่มเติม บันไดไม้อย่าง ที่มีนั้นดีแล้ว พยายามซ่อมอย่าให้ชำรุดเป็นพอ คนที่ไม่พึงปรารถนาต่างๆจะได้ไม่ขึ้นไปจุ้นจ้านทำลายสมาธิของผู้ทรงศีล ผู้ที่ยอมปีนบันไดจะเป็นผู้ที่ต้องการ จะไปเห็นจริงๆไม่ใช่พวกทัศนาจรเละจุ้นจ้าน ว่างเมื่อไหร่จะขอไปเยี่ยมพระอาจารย์อีก รอที่จะไปค้างในถ้ำกับแม่ชีสักคืน ชอบเหลือเกิน นมัสการด้วยความเคารพยิ่งลงชื่อ วิภาวดี ครูบาธรรมชัยในเป็นพระกรรมฐานที่ทรงฌานสมาบัติ เป็นพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นที่เคารพบูชาของสาธุชนทั่วประเทศ สภาพการณ์เห็นของท่านด้วยอำนาจจิตหรือทิพย เห็นเทพเจ้าสำคัญ 2 พระองค์ และเทพบริวาร นะที่เขาถ้ำเสือนี้ นับเป็นเรื่องลึกลับน่ามหัศจรรย์ ไม่ใช่ภาพมายาลวงตา สภาพการมองเห็นของครูบาธรรมชัยหลับตาก็เห็นลืมตาก็เห็นเป็นปกติ พระอาจารย์จำเนียรเจ้าสำนักกรรมฐานถ้ำเสือได้กล่าวถึงการพบถ้ำเสือเป็นครั้งแรก อาตมาเดินบุกเข้าไปในป่ารกรุงรัง พอมาใกล้เห็นยอดเขาเท่านั้นแหละดีใจมาก มองเห็นยอดเขาเป็นยอดยอดซ้อนซ้อนกัน เหมือนอย่างที่อาตมานึกไว้ในใจอยู่เรื่อยๆนั่นแหละ คือเคยได้นิมิต ว่าสถานที่ที่ต้องการทำน่ะเป็นสำนักปฏิบัติธรรมแห่งใหม่ จะต้องมีภูเขาล้อมรอบไว้ เมื่อมาพบเขาถ้ำเสือนี้อาตมาก็ดีใจเหมือนตัวจะลอยเลย เดิมพระอาจารย์จำเนียรจำพรรษาอยู่ที่วัดสุคนธาวาส อำเภอนาสารสุราษฎร์ธานี ท่านสอนกรรมฐานและปกครองพระภิกษุสามเณรและแม่ชีจำนวน 100 กว่ารูป จำนวนผู้ปฏิบัติธรรมนับวัน แต่จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้เป็นที่สะดวกสบายแก่ผู้ปฏิบัติธรรมจำนวนมาก การทำกรรมฐานถึงแม้จะมีความมุ่งหมายถึงการหลุด ผลเพื่ออยู่เหนือความยินดียินร้าย หรือเหนือการครอบงำของอวิชชาตัณหาอุปาทานและ กุศลกรรมก็จริง แต่ในขั้นเริ่มต้นและขั้นดำเนินขึ้นสูงตามลำดับขั้น ผู้ปฏิบัติจำเป็นต้องอาศัยธรรมชาติสิ่งแวดล้อมรอบกาย เพื่อให้เป็นที่สบายในการปฏิบัติภาษาพระ เรียกว่าสัปปายะ สิ่งเป็นที่สบายสำหรับบุคคลปฏิบัติ มีจำแนกไว้ 6 ข้อคือ 1 อาวาส สัปปายะหมายถึง ที่อยู่สบาย ถูกกับจริตนิสัยผู้แสวงธรรมความสงบ อยู่ห่างไกลจากเสียงรบกวนหรือสถานที่สาธารณะ ห่างไกลจากหมู่บ้าน และถนนหนทาง อาวาสสัปปายะ อาจจะหมายถึงป่าทั้งป่า หรือว่าหมู่กุฏิกระต๊อบกระท่อม หรือถ้ำ หรือโคนไม้หรือหุบเหวที่สงัดเหมาะสมเป็นที่บำเพ็ญธรรม จริงๆ 2 ขวดจอนสัปปายะ หมายถึงที่แสวงหาอาหารหรือบิณฑบาตมาสะดวกสบายพอสมควร คืออยู่ในระยะพอที่จะเดินบิณฑบาตถึงหมู่บ้านไม่ไกลสุดหล้าฟ้าเขียวจนเกินไป ไม่ควรจะอยู่ใกล้หมู่บ้านหรือตลาดในระยะ 2 กิโลเมตร แล้วก็ไม่ควรจะไกลเกินกว่า 5 กิโลเมตร ไกลมากนัก พระเณรเดินบิณฑบาตไม่ถึง 3 อุตุสัปปายะหมายถึงสถานที่ที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมธรรมชาติที่ดีที่สุด อากาศดี ภูมิดิ 4 กถาสัปปายะหมายถึงการได้ยินได้ฟัง บางสิ่งที่ดี ที่มีประโยชน์ ข้อธรรมจากครูบาอาจารย์ และจากกัลยาณมิตรผู้ร่วมสำนักปฏิบัติธรรม หรือว่าได้รับคำตอบเราประโลมจูงใจให้เกิดความอาจหาญร่าเริง ว่าการ ปฏิบัติธรรมนี้ไม่ใช่ทำไปอย่าบ่นแห้งหมดแล้ว หากทำไปเพื่อความสุขกายสบายใจพ้นจากกองทุกข์กิเลสได้ อย่างแท้จริง ขอจงอย่าได้ท้อถอย กถาสัปปายะนี้หมายรวมถึงสถานที่ที่อยู่ห่าง ห่างไกลจากเสียงรบกวนต่างๆ เสียงผู้คนเสียงสัตว์ป่า บางชนิด 5 บุคคลสัปปายะ หมายถึงครูบาอาจารย์และสหธรรมิกผู้ร่วมปฏิบัติธรรมในสำนักเดียวกันนิสัยใจคอข้าว ฝันได้ช่วยเหลือกันได้ในยามจำเป็นด้วยประการ 6 อาหารสัปปายะ หมายถึงอาหารการรับประทานหรือว่าคบฉัน เป็นอาหารที่ไม่แสลงกับร่างกายของตน ซึ่งเรื่องอาหารนี้ไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไหร่นัก แต่ว่าโบราณอาจารย์ท่านบัญญัติไว้เพื่อจะได้ถูกใจ ติดนิสัยของคนบางคนที่อาจจะเป็นโรคแพ้อาหารบางอย่างบางชนิด ไม่เหมือนกับคนอื่นทั่วไป เพราะคำนึงถึงสัตยธรรม 6 ประการนี้แหละทำให้พระอาจารย์จำเนียรดำริ แสวงหาสถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งใหม่ จนกระทั่งมาพบถ้ำเสือ และตัดสินใจยึดเอาข่าวถ้ำเสือเป็นที่ตั้ง สำนักกรรมฐานเมื่อปีพศ 2518 และได้ ฟังพระ ภิกษุสามเณรแล้วทั้งแม่ชีจำนวน 100 กว่ารูป มาอยู่ถ้ำเสือ เรียกว่ายกกันมาทั้งวัดสุคนธาวาส เลยทีเดียว ในครั้งแรก พระอาจารย์จำเนียรมีความตั้งใจอันแรงกล้า พี่จะพาพระเณรและแม่ชีจำนวน 100 กว่ารูป ยกออกจากวัดสุคนธาวาสอำเภอนาสาร สุราษฎร์ธานี อยู่ที่วัดหนองป่าพง อำเภอวารินชำราบ จังหวัด สถานีอันไกลโพ้น จะเหมาวัดยก ขบวนไปกันทั้งคณะ ท่านเคยเดินทางจากใต้ขึ้นไปนมัสการพระอาจารย์ชาวัดหนองป่าพงมาแล้ว ได้สนทนา ธรรมกับพระอาจารย์ชาอย่างลึกซึ้งถึงแก่น ทำให้พระอาจารย์จำเนียรบังเกิดความเบิกบานร่าเริงในธรรมแล้วก็เพิ่มพูนความเคารพเลื่อมใส ใสศรัทธาในภูมิจิตภูมิธรรมของพระอาจารย์ชาอย่างสูง พระอาจารย์จำเนียรจึงปรึกษากับพระ ภิกษุสิริปัญโญซึ่งเป็นผู้ช่วยว่า จะพาหมู่คณะยกวัดไปอยู่กับพระอาจารย์ชา พระภิกษุฉีดได้กล่าวว่า หลวงพ่อคล้ายหรือที่ชาวใต้เรียกพ่อท่านคล้าย วัดคลองจันดีอำเภอฉวาง ก่อนที่จะมรณภาพ ได้พยากรณ์ไว้ว่า พ่อท่านคล้ายสิ้นบุญไปแล้ว ก็ยังมีคนมีบุญ เป็นพระนมคือพระอาจารย์จำเนียรจะได้เป็นที่พึ่งของคนไทย แม่ชีที่เคยปฏิบัติธรรมอยู่กับหลวงพ่อคล้ายก็ยืนยันว่าหลวงพ่อคล้ายได้พูดไว้อย่างนั้นจริง แล้วก็ยังได้แนะนำแม่ชีอีกว่า หากเหมือนหลวงพ่อคล้ายสิ้นบุญแล้ว ให้แม่ชีไปปฏิบัติธรรมอยู่กับพระ อาจารย์จำเนียร พระภิกษุ เสนอแนะนำ ขอร้องว่ะ อย่าไปอยู่ทั้งภาคเหนือภาคอีสานเลยครับ อยู่ทางใต้นี่แหละ คนนับถืออาจารย์มาก จะได้เป็นที่พึ่งของคนทางใต้ วัดธรรมะพระอาจารย์จำเนียรต้องขบคิดหนัก พระภิกษุขีดได้เสนอว่าควรจะหาสำนัก แข่งมาอยู่แถวๆพังงา ประวัติภูมิประเทศสวยงามร่มรื่นไปด้วยทะเลภูเขาและลำน้ำ เวลานั้นจิตใจของพระอาจารย์จำเนียรก็บังเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่า ถ้าอยู่ปักษ์ใต้ต่อไปก็ควรจะเป็นจังหวัดกระบี่ ทั้งๆที่ไม่เคยเหยียบย่างไปอยู่กระบี่มาก่อนเลย แต่จิตใจให้รู้สึกนึกรักกระบี่ขึ้นมาอย่างประหลาด เป็นความรู้สึกคุ้นเคยภูมิประเทศ ขณะเดียวกันก็เกิดนิมิตในมโนภาพว่าสำนักปฏิบัติธรรมแห่งใหม่จะต้องอยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเอง จังหวัดกระบี่ แล้วก็มีภูเขาล้อมรอบ ภูเขาล้อมรอบมีถ้ำต่างๆ ซึ่งปรากฏต่อมาว่า เมื่อค้นพบถ้ำเสือแล้ว นิมิตในมโนภาพ นะเป็นความจริงทุกประการ จากนั้นก็ได้บอกให้พระภิกษุออกตะเวนหาสถานที่ในจังหวัดกระบี่ แต่งตัวเที่ยวเสาะแสวงหาอยู่ 1 เดือน กบเขาถ้ำเสือ หรือว่าเขาคูหาคีรีวง ตอนนี้พระอาจารย์จำเนียรท่านบันทึกไว้ว่า อาตมาจะไปดูถ้ำเสือ พอได้ยินชื่อถ้ำเสือก็ให้รักถ้ำเสือทันที แต่อาจารย์ห*บบอกว่าอย่าไปเลยมันไม่มีอะไรหรอกผมไปนอนมาคืนนึงแล้วไม่เห็นมีอะไรเลยนี่ครับ แต่อาจารย์จะไปอยู่ที่นั่นกับพระและแม่ชีจำนวนมากกว่าอยู่เพราะว่าถ้ำเสือนะกว้างใหญ่แล้ว คงจะเป็นสถานที่ปลอดภัย พระอาจารย์จำเนียรเล่าต่อไปว่าอาตมาก็เลยเข้าไปในตลาดกระบี่ ไปพบกับนายชัยยะ ชาโตเป็นลูกศิษย์เคยบวชกับอาตมา บอกเขาว่าไปถ้ำเสือกันเถอะ ถ้ำเสือนี่ต่อไปน่าดูนะดีมาก นายไชยะก็บอกอาตมาว่า ถ้ำเสือผมก็ ไปอยู่เรื่อยๆไม่เห็นมีอะไรเลยอาจารย์ อย่าไปเลย อาตมาบอกเขาให้หารถสัก คันพอดีได้รถส่วนตัวเขาถามว่าจะไปไหน อาตมาบอกว่า ไปถ้ำเสือไปตั้งวัดอยู่เพราะเป็นสถานที่สำคัญ เขาก็บอกว่าอย่าไปอยู่เลยอาจารย์ไปอยู่ที่อื่นดีกว่า ที่นั่งคนอิสลามอยู่เยอะ นั่งรถมาถึงตลาดเก่าก็แวะฉันน้ำชา ชาวบ้านร้านตลาดรู้ข้าว คันกันทั้งนั้นบอกว่าอย่าไปอยู่เลยถ้ำเสือเขากำลังจะระเบิดเอาหินอยู่ที่นั่นมีแต่หินเท่านั้น อาตมาไม่ฟังใครทั้งหมดอยากจะเห็นถ้ำเสืออยากจะไปอยู่ฐานเดียว พ่อมาก็จอดรถที่ทางเข้า สามแยก เสร็จแล้วก็เดินเข้าป่า ป่าไม้นี่มัน รกรุงรัง พอมาใกล้ก็เห็นยอดเขาเป็นยอดยอดซ้อนซ้อนกันเหมือนอย่างที่นึกไว้ในใจ ก็ดีใจจนตัวลอยเลย พอเดินขึ้นไปถึงทางรกชัฏจะขึ้นเขาก็พบกับนายต้น กำลังเอาขี้ค้างคาวมาขาย ในต้นก็บอกว่าข้างบนภูเขาขึ้นไปในจะพบพื้นที่อยู่ในหุบเขามีภูเขาล้อมรอบ ที่ดินผืนนี้ว่างอยู่ประมาณ 20 ไร่มีต้นไม้ใหญ่ๆ ร่มรื่น มีถ้ำสวยๆ คนเขาเรียกว่าทำลูกธนูมีชื่อเสียงโด่งดังมานานแล้วแต่คนไม่ค่อยกล้าเข้าไปดู อาตมาก็รู้สึกเต็มตื้นไปหมดสิ่งไม่น่ามีก็มี เหมือนนิมิตในมโนภาพ อาตมาและอาจารย์เหตุพร้อมด้วยชาวบ้าน 3 คนก็พากันปีนป่าย ไปขึ้นเขาไป พอขึ้นไปถึงข้างบนมองลงไปยังหุบเขา ฉันหยิ่งมากเลยน่าหวาดเสียว หุบเขานะสวยเหลือเกินกว้างขวางต้นไม้ขึ้นเขียวครึ้มร่มรื่นมีภูเขาล้อมรอบ การจะลงไปในหุบเขาที่ตั้งวัดจะต้องปีนป่ายลงไปตามหน้าผา ทำมือไม้หรือเท้าพลาด หลังนิดเดียวมีหวัง พลัดตกลงไปล่างแหลกเหลวตายทันที ไม่มีใครกล้าลงไปเพราะว่าเสียว่าจะมาจะลงไปคนเดียวไม่กลัว เพราะปกติจิตมีสมาธิอยู่แล้วก็ข่มใจได้ ขนาดที่อาตมาห่มจีวรเต็มลงไปอยู่นั้นก็ต้องตะลึงขนลุกเกรียว เพราะว่าเด็ก 2 คนที่มาด้วยอายุประมาณ 10 ขวบเป็นลูกชายนายสวัสดิ์ มีบ้านอยู่ในย่านนั้น เด็ก 2 คนถอยหลังลงหน้าผาปลาตราดไปไวมะเร็ง หน้าผานั่นไม่มีบันไดถ้าจับคลาดเหยียบง่ายเห็นพลาดก็เป็นอันตกลงไปตาย มารู้ทีหลัง เด็กมันบอกว่ามันไม่ได้ลงไปแต่อะไรไม่รู้ทำอะไรลงไปไม่รู้ตัว ขายถูกสะกดจิตอย่างนั้นแหละ อาตมาก็ประหลาดใจมาก ค่อยๆถอยหลังตามลงไป ถ้าลงไปถึงพื้นที่ในหุบเขา รู้สึกเยือกเย็นชุ่มชื่นไปทั้งตัว ก็บอก อาจารย์ห*บว่าต้องอยู่ที่นี่แน่แล้วต้องอยู่ไปตลอดชีวิต ชอบใจเหลือเกิน อาจารย์ห*ตก็ตอบว่าอาจารย์อยู่ผมไม่อยู่มันน่ากลัว เด็กที่ลงไป 2 คนนั้นมันพูดให้ฟังว่ามีท่านกี่ค่ำหรือขนาดไหนทะลุไปถึงไหน มันบอกเป็นพืชไปเลยคล้ายจะมีความชำนาญสถานที่ จากการซักถามรายละเอียดไม่กลับบอกไม่รู้เรื่อง มึงบอกไม่ได้พูดจำอะไรไม่ได้ลักษณะคล้ายๆอะไรเข้าสิงอย่างนั้น ต่อมาก็ได้ค้นพบสถานที่ต่างๆถูกต้องตามที่เด็กพูดเกือบหมด ไม่ว่าจะเป็นถ้ำลูกธนูถ้ำปลาไหลถ้ำเสือถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำช้างแก้ว ยังคงเหลือบ่อน้ำทิพย์เท่านั้นที่ยังหาไม่พบ ถ้ำช้าง ตั้งแก้วน้ำตัวเป็นแก้ว แต่หัวถูกตัดไป เวลานี้ช่างแก้วก็ยังไปดูได้ คนธรรพ์เขาเล่าว่า เดิมช้างสารมาบำเพ็ญบารมีในถ้ำแล้วสิ้นชีวิตลง ร่างกายเป็นแก้ว พระอาจารย์จำเนียรเล่าต่อไปว่ามีมหัศจรรย์อยู่อีกอย่างนึง ก็คืออาตมาไปอยู่ที่ปากถ้ำลูกธนู ได้พบชายแปลกหน้า คนหนึ่งอายุประมาณซัก 40 ปีนุ่งกางเกงตัวเดียวไม่ใส่เสื้อ รุ่นเดียวกับอาตมา เข้าใจว่าอายุไล่ๆกัน อาตมาก็ถามว่าพี่ชายอยู่ที่ไหนเขาบอกว่าอยู่ที่นี่ชี้มือเข้าไป ข้างในถ้ำ อาตมาก็ถามต่อไปว่าทำเนี่ยเข้าไปลึกไหม เขาก็บอกว่าอาจารย์ ทีหลังผมดีกว่า ผมจะพาเข้าไปดูในถ้ำให้ท่วมหมดเลย ข้างในถ้ำน่ะลึกลับซับซ้อน เที่ยววันนึงไม่จบหรอก ชายคนนั้นเล่าต่อไปว่า ข้างในถ้ำมีของเก่าๆโบราณ สร้างสมัยพระบรมธาตุที่นครศรีธรรมราชมีมากมาย ที่นี่มาก่อนเป็นทะเล ตอบมาเมื่อ 10 ปีก็เลยมีพื้นดินมีต้นไม้ขึ้นมา ที่ตลาดในเมืองกระบี่เมื่อก่อนนอนก็เป็นทะเลน้ำขึ้นเต็มหมดเวลาน้ำลดลงคอแห้งเป็นดิน พอเวลาน้ำขึ้นกว่าเดิมอีก อาตมาฟังแล้วก็ไม่ได้สนใจไม่ได้เฉลียวใจอะไรไม่ได้ซักถามชายผู้นั้นว่าเขารู้ได้ยังไง เพราะอาตมาสนใจแต่เรื่องทำอยากจะรู้ว่ากว้างยาวเท่าไหร่ข้างในมีสิ่งอะไรน่ากลัวบ้าง ชายคนนั้นก็พูดขึ้นอย่างกับรู้ใจ บอกว่าอาจารย์ไม่ต้องกลัวหรอกครับในถ้ำนี้เขาเรียกว่าถ้ำคนธรรพ์ ผมจะพาอาจารย์ไปดูเอง อาตมาก็ตอบเขาไปว่า คนธรรพ์คืออะไรล่ะ เราไม่รู้ จะไม่สนใจหรอกเราอยากจะรู้อยู่อย่างเดียวว่ามันมีอะไรอยู่ในถ้ำบ้าง อาตมาไม่ยอมเข้าไปดูในถ้ำลึก แต่ชายคนนั้นก็พยายามเซ้าซี้ว่านิมนต์อาจารย์ ทีหลังผมจะครับ ผมจะพาเข้าไปเที่ยวดูในถ้ำให้หมดเลยไปดูของโบราณมีค่าเยอะ อาตมาก็กลับนึกคิดไปว่าไอ้ชายคนนี้แปลกพิลึกจะให้ขี่หลังซะด้วย น่ากลัวจะอาศัยบารมีอาตมาเข้าไปในถ้ำเพื่อหาโอกาสหยิบสวยเอาข้าวของโบราณมีค่า กะละมัง อาตมาก็พูดกับชายคนนั้นว่าโยมช่วยหาไม้มาทำประตูปิดปากถ้ำไว้ทีเถอะ เสร็จแล้วล็อคประตูไว้ให้แน่นหนาสำหรับค่ากุญแจเนี่ยอาตมาจะใช้ให้เอง ชายผู้ไม่ชอบใส่เสื้อก็กลับตอบว่า อาจารย์ไม่ต้องปิดถ้ำหรอกครับ เพราะมีคนเฝ้าอยู่แล้ว อาตมากลับเข้าใจแปลว่า ในอีกแล้วเจ้าของสถานที่นี้เป็นคนเฝ้า ความจริงไม่ใช่ มารู้ทีหลังว่ะ พวกคนธรรพ์นั่นแหละเป็นคนเฝ้า ตามที่กล่าวไว้ในหนังสือโลกาทีปนีของท่านเจ้าคุณญาณดิลก มหาวินาศญาณวโร เจ้าอาวาสวัดดอนยานนาวาท่านกล่าวไว้ว่า คนธรรพ์เป็นเทวดาพวกหนึ่งซึ่งอยู่ในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา มีความถนัด ในดนตรีศิลปะระบำรำฟ้อน แล้วก็ชำนาญในเพลงขับเป็นยิ่งนัก มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันในหมู่เทวดาทั้งหลาย ถ้าชายแปลกหน้าไม่ใส่เสื้อคนนี้เป็นคนคันซึ่งเป็นเทวดาพวกหนึ่ง เหตุไฉนมาอยู่ในถ้ำเช่นนี้และทำไมถึงได้ตังค์ แต่งตัวมอซอแล้วก็ไม่ใส่เสื้อ หนังสือโลกาธิปะตีกล่าวไว้ตอนหนึ่งว่านะสรวงสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิ นาฬิกาปลุก ยังมีเทพยดาที่นับเนื่องในสวรรค์ชั้นนี้มีอยู่ในสถานที่ต่างๆมากมาย บางพวกมีวิมานอยู่บนยอดเขา บางพวกมีวิมานอยู่ที่เงียบภูเขาบรรพต บางพวกมีวิมานอยู่บนอากาศบางพวกมีวิมานอยู่พื้นภูมิภาคในมนุษยโลกนี้ อาจจะเป็นไปได้ว่าชายแปลกหน้าไม่ใส่เสื้อคู่นี้ เป็นคนธรรพ์หรือเทวดาพวกหนึ่งที่มีวิมานอยู่ในถ้ำ หรือว่าอยู่บนภูเขาถ้ำเสือ เหตุที่ไม่ใส่เสื้ออาจจะต้องการแปลงร่างเป็นชาวบ้านธรรมดา เพื่อไม่ให้พระอาจารย์จำเนียรสงสัยก็เป็นได้ ชายลึกลับไม่ใส่เสื้อคนนี้ ได้เล่าประวัติศาสตร์โบราณ ให้พระอาจารย์จำเนียรฝั่งต่อไปวะ สมบัติมีค่ามหาศาลในถ้ำ คนพรรค์นี้ คนโบราณชาวเมืองไซไลเมืองปีนัง ขนใส่เรือมา เตรียมที่จะเอาไปบรรจุไว้ในองค์พระบรมธาตุที่นครศรีธรรมราช แต่ว่าไปยังไม่ถึงเพราะว่าเรือโดนลมพายุใหญ่ เรือมาติดอยู่ที่นี่ ซึ่งเป็นเกาะ เกาะเขาถ้ำเสือนี้เป็นเกาะเกาะหนึ่งย่านกระบี่พังงานี้ สมัยโน้นเป็นเกาะ เป็นทะเล ทั้งนั้นเลย เกาะเขาถ้ำเสือสมัยนอนเรียกเกาะกูหาคีรีวง เจ้าเมืองสายเมืองปีนังติดอยู่ที่เกาะนี้ครึ่งเดือนแล้วก็ยังนำเรือออกจากเกาะไม่ได้เพราะคลื่น แรงมาก จนกระทั่งมีเรือออกมาจากนครศรีธรรมราชเกือบร้อยลำ ชาวเรือเหล่านั้นบอกว่างานฉลองพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช เสร็จแล้ว อย่าไปเลย ชาวเมืองไทยเมืองปีนังทราบข่าวอย่างนั้นก็พากันเศร้าเสียใจมาก จะพาข้าวของทรัพย์สินอันมีค่ามากมายกลับก็ไม่ได้เพราะว่าชาวบ้านชาวเมืองเขาพร้อมใจ ใจกันอุทิศเป็นอามิสบูชา พระบรมธาตุแล้ว กันจะเอาไปนครศรีธรรมราช ก็ไปไม่ได้เพราะลมพายุยังไม่สงบ มิหนำซ้ำงานฉลองพระธาตุก็เสร็จสิ้นลงแล้วโอกาสที่จะเอาข้าวของมีค่า มหาศาล เข้าบรรจุไว้ในองค์พระธาตุ คงไม่มีทางจะทำได้ ในที่สุดก็ตกลงกันว่า ต้องเอาข้าวของอันมีค่า ทั้งหมดในเรือ ซ่อนไว้ใน ถ้ำภูเขากูหาเกียร์วงหรือว่าเขาทำ สมัยโน้นคูหาคีรีวงมีถ้ำลึกอยู่ข้างบน เจ้าเมืองสายเมืองปีนังได้ขนเอาของมีค่า ขึ้นจากเรือเอาเข้าไปซ่อนไว้ในถ้ำ แล้วก็เอาก้อนหินมาเรียงกันเข้าเป็นแถวแนว ปิดกั้นเอาไว้ จากนั้นก็ใช้น้ำย้อยในถ้ำคนธรรพ์มายาให้เชื่อมเป็นหินเนื้อเดียวกัน น้ำย่อยในมีอยู่ในถ้ำ เป็นน้ำลักษณะ คุณเมื่อหยดย้อยรวมตัวกันมากเข้ากล้องงอกขึ้นเป็นหินได้ พวกเมืองใส่เมืองปีนัง ได้ใช้น้ำย้อยที่ว่านี่แหละโบกสินเชื่อหินเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน ปิดถ้ำ ซ่อนทรัพย์สมบัติเอาไว้ ในระหว่างที่ช่วยกัน ขนหินเอามาปิดถ้ำนี้ ปรากฏว่าได้เจ็บไข้ ล้มป่วยตายลงเรื่อยเพราะขาดอาหาร แต่ก็ไม่ยอมท้อถอยแข็งใจทำกันต่อไป เพื่อต้องการเก็บรักษาทรัพย์สมบัติไว้ให้เป็น ทรัพย์แผ่นดิน สืบไปชั่วกาลละนาน ทำไปคนก็ล้มตายลงไปทุกวัน จนกระทั่งสามารถ ทำที่เก็บซ่อนสมบัติอันมีค่าเสร็จ ก็ปรากฏว่า มีผู้คนล้มตายไปถึง 200 ศพ คงเหลือ มีชีวิต อยู่คนเดียว พระอาจารย์จำเนียรท่านกล่าวว่า อาตมาสงสัยว่าคงตายกันหมด ที่เหลือรอดชีวิตเดียวคนนั้น อาจจะเป็นชายแปลกหน้าไม่ใส่เสื้อ จิรประวัติ ปีศาจเรื่องนี้ก็ได้ แกคงติดค้างอยู่ที่เกาะ ตอบมาลำพัง ตัวคนเดียวโดดเดี่ยว ครั้นเมื่อถึงคราวสิ้นอายุขัยตายลงก็เลยกลายเป็นวิญญาณอยู่ อยู่เฝ้ารักษาทรัพย์สมบัติในถ้ำนี้ สืบมาเป็นเวลากว่า 1, ปีแล้ว มีปัญหาน่าสงสัยอยู่ว่าชาวเมืองสายเมืองปีนังที่ล้มตายลงไปนั้น อาศัยเหตุปัจจัยอะไรถึงได้กลายเป็น เป็นพวกคนธรรพ์ซึ่งเป็นวิญญาณชั้นสูงหรือว่าเทวดาชั้นจาตุมหาราชิ ปัญหานี้ผู้ที่จะตอบได้ก็คือผู้ที่ได้ญาณในวิชา 3 คือจุดตู้ประปาตยาน อันเป็นยานให้ล่วงรู้ว่ามนุษย์และสัตว์ ตายแล้วเกิดเป็นอะไร อยู่ที่ไหนมนุษย์และสัตว์ที่มาเกิดนี้มา จากไหนเป็นอะไรมาก่อน ธรรมดานักบุญจะต้องเป็นบุคคลที่มีหิริโอตัปปะ เกรงกลัวต่อบาปและละอายต่อบาป มีมหากุศลจิตประกอบด้วยการให้ทานรักษาศีลการฟังธรรมและปฏิบัติธรรม สร้างโบสถ์สร้างวิหารเป็นต้น ฉันเดินทางรอนแรมมาทางเรือประสบเข้ากับลมพายุติดค้างอยู่บนเกาะ ไม่สามารถจะเดินทางไปร่วมงานฉลองพระบรมธาตุได้สำเร็จ จนในที่สุดได้พากันล้มตายลงเพราะความอดอยากขาดอาหารนั้น พวกเขาจะต้องปลงตกถึงชะตากรรม และน้อมนำจิตของตนเข้าหาคุณพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ ยึดหน่วงเป็นสรณะที่พึ่งในวาระสุดท้าย ก่อนจะดับจิตขาดใจตาย กุศลกรรมที่เกิดได้ประกอบไว้ดี อันเป็นบุญบารมีคงจะสร้างกรรมนิมิตที่ดีงาม ให้จิตวิญญาณไปเกิดเป็นคนธรรพ์ เทวดา อาศัยที่ 7 ยังมีกิเลสพัวพันห่วงใยในทรัพย์สมบัติที่ซ่อนไว้ในถ้ำ จึงทำให้ต้องมาคอยเฝ้าปกปักรักษาไว้ด้วยความหวงแหน ชายลึกลับ พี่เข้าใจว่าเป็นคนคันเล่าต่อไปว่า เมื่อพัน 200 ปีมาแล้วแถวนั้นเป็นทะเลหมด มีแต่เกาะต่างๆ พอน้ำลงก็แห้งมองเห็นดินโคลนเลนไปสุดสายตา อยู่ต่อมาน้ำทะเลลดลง เริ่มมีต้นไม้เล็กๆขึ้นมาเต็มไปหมด ฉันอยู่มามีต้นไม้ใหญ่ขึ้น ซึ่งเมื่อก่อนนั้นต้นไม้ใหญ่ๆ มีขึ้นเฉพาะบนเกาะ หรือว่าบน ในเวลาต่อมาก็มีคนมาตั้งบ้านเรือนที่อยู่อาศัย มีทั้งคนอินเดียคนสิงหลคนมอญมาอาศัยอยู่กันมากในบริเวณภูเขา สมัยนั้นจะไปอินเดียไปลังกาหรือไปที่ไหนทางทะเลต้องแวะจอดเรือที่ แถวเกาะ พระอาจารย์จำเนียรท่านเล่าว่ามันเล่าช-ชอย่างคนรู้เรื่องดี แต่จะเชื่อถือได้แค่ไหนนั้นเป็นเรื่องของท่านผู้รู้ในทางประวัติศาสตร์ จะค้นคว้าหา หาทางพิสูจน์ดู แต่อาตมาได้ยินมาว่ากำนันร้อนเนี่ย ได้พระมาองค์นึงเป็นพระนาค ปรกอาจทองคำ เป็นพระเก่าแก่จริงๆเป็นทองคำแท้ ไม่ใช่ได้มาอย่างธรรมดาได้มาจากในถ้ำคนธรรพ์ น้ำมันล้นว่ะ ผี ยื่นมือส่งพระให้ แก๊สรับจากมือผีในถ้ำจริงๆ ตลาดมะลิ อาตมาเคยขอดูพระเก่าๆจากชาวบ้านซึ่งเคยเก็บได้จากในถ้ำนี้ เป็นพระผงเก่าแก่จริงๆ แต่ที่ได้พระทองคำเห็นมีแต่กำนันล้นผู้เดียว หลังจากกำชับให้ชายลึกลับไม่ใส่เสื้อคนนั้นให้ช่วยทำประตูปิดถ้ำ อาจารย์จำเนียรก็เดินทางไปเข้าปริวาสกรรม ที่ทำไว้ที่วัด สุคนธาวาสอยู่ 1 เดือน จากนั้นจึงอพยพพระเณรและแม่ชีจำนวน 100 กว่ารูปออกจากวัด วัดสุคนธาวาสมะยูเขาถ้ำ สถานปฏิบัติธรรมแห่ง มายังเป็นการถาวร พระอาจารย์จำเนียรได้พบชายลึกลับคนเดิมอีกที่ปากถ้ำคนธรรพ์ ผู้ชายคนนั้นยังคงนุ่งกางเกงตัวเดิมไม่ใส่เสื้อเหมือนเดิม พระอาจารย์จำเนียรถามว่าทำประตูปิดปากถ้ำ ให้แล้วหรือยัง ลึกลับตอบว่าไม่ได้ทำประตูปิดล็อค แต่ว่าพวกคนธรรพ์ที่เฝ้ารักษาสมบัติมีค่าในถ้ำ คนช่วยกันเอาหินมาปิดปากถ้ำเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยพวกพลทหารช่วยกัน ก้อนหินมาจัดจัด ปากถ้ำจนมิดชิด จากนั้นก็เอาน้ำย้อยในถ้ำมาโบกแทนซีเมนต์พวกเขาทำกัน 3 วันเท่านั้น พระอาจารย์จำเนียรเข้าไปดูด้วยความรู้สึกงง เอาไฟฉายส่องดูก็พบจริงๆว่าปากถ้ำได้ถูกก้อนหินปิดไว้สนิทนั่น จับเอาปูนซีเมนต์มาปิดไว้ แข่งที่ยังไม่แข็งตัวดี เอามือลูบคลำดูก็พบว่ายังอ่อนนิ่มเปียกๆอยู่ พระอาจารย์จำเนียรได้ต่อว่าว่าให้ทำประตูปิดทำไมถึงเอาหินมาปิดสนิทเช่นนี้ ผู้ชายคนนั้นก็หัวเราะ บอกว่าพวกคนธรรพ์เขามีมติตรงกันว่าต้องปิดตาย เพื่อป้องกันไม่ให้มนุษย์ที่มีความโลภบุกเข้าไปค้นหามหาสมบัติอันมีค่ามหาศาลใน ตอนนี้พระอาจารย์จำเนียรเกิดความสงสัยอย่างมากกว่า ลึกลับไม่ใส่เสื้อคนนี้เป็นผีหรือว่าเป็นคนกันแน่ ทำไมถึงได้รู้เรื่องราวในอดีตดีนะ ขอร้องให้ทำประตูปิดถ้ำกลับเอาหินมาปิดปากถ้ำ แล้วก็อ้าง พวกคนธรรพ์เป็นคนติดถ้ำ เรื่องมันลึกลับชอบกลแท้ อาตมาสงสัยอย่างมากเลย ก็เลยคิดอยากจะจับมือมันดูเพื่อพิสูจน์อะไรบางอย่าง ผีในมือมันจะต้องไม่มีกระดูก ถ้าเป็นมนุษย์ ต้องมีกระดูก แต่ว่าชายลึกลับไม่ใส่เสื้อดูเหมือนจะรู้ตัวว่าพระอาจารย์จำเนียรคิดจะพิสูจน์ความจริง ก็เลยพูดพลางถอยหลังหนีพลาง ไม่ยอมให้พระอาจารย์จำเนียรเข้ามาใกล้ตัว ท่านก็พยายามจะชวนคุยเพื่อให้เผลอตัว กะว่าพอได้จังหวะต้องเข้าจับตัวไว้ได้ พระอาจารย์จำเนียรเล่า ตอนนี้ว่ะ อาตมาแกล้งชวนเขากุย เมื่อปิดตายถ้ำแล้วอย่างนี้จะเอาข้าวของมีค่าออกจากถ้ำได้ยังไง เขาก็ตอบว่าเอาออกไม่ได้ ถ้าอาจารย์จะเอาออกมาให้ได้จริงๆ ข้าวของมีค่าทั้งหลายก็จะถูกยึดเอาไปหมด ในถ้ำมีของใช้จำนวนมากเป็นของพระราชาล้วนมีค่าประมาณมิได้ เป็นของที่คัดเลือกไว้แล้วว่า เหมาะสมที่จะถวายเป็นอามิสบูชา พระบรมธาตุ พระอาจารย์เอาออกมาได้ เขาจะมายึดเอาไปหมด อาจารย์จำเนียรบอกว่ารู้สึกว่าเขาพูดมีหลักมีเกณฑ์คล่องปากเป็นคนมีความรู้ผิดจะบ้านธัมมะ แต่แปลกตรงที่นุ่งกางเกงตัวเดียวไม่ใส่เสื้อนี่แหละ ความพยายามที่จะจับมือเขาไม่สำเร็จ เพราะดูถ้าเขารู้ตัวถอยหนีอยู่เรื่อย ฉันก็เลยเข้าไปดูหินที่บอกด้วยน้ำย้อยปิดปาก ถ้ำอีก พอหันมาจะถามชายผู้นั้นเรื่องน้ำย้อยใช้โบกหิน ปรากฏว่าเขาหายไปซะแล้ว ท่านก็เลยออกเดินตามหาแต่ก็ไม่พบ รู้สึกว่าเขาหายไปอีก รวดเร็วมาก เวลานั้นมีพวกคนงานเหมืองลิกไนต์ของการไฟฟ้าฝ่าย กระบี่มาช่วยทำบันไดขึ้นภูเขาให้อาตมาอยู่แถวนั้น อาตมาถามพวกคนงานว่ะ เมื่อตะกี้นี้เห็นคนไม่ใส่เสื้อไหม ลักษณะสันทัด นัยน์ตาเข้มๆจมูกแหลมนิดหน่อย ผมหยักศก พวกคนงานเขาบอกว่า ไม่เห็น อาตมาก็ออกตามหา เจอมีช่องลมอยู่ช่องนึงเข้าใจว่าเขาคงจะหลบหนีลงไปทางนั้น อาตมาพยายามค้นหาไปทั่วอยู่หลายชั่วโมง อยากจะพิสูจน์ให้รู้จริงว่าเขาเป็นผีหรือคนกันแน่ ถ้าเขาเป็นผีก็ต้องเป็นคนทันที่อ้างว่าเฝ้าสมบัติในถ้ำ ประวัติรู้เรื่องเก่าๆโบราณโบราณดีเหลือเกิน เมื่อเที่ยวหาไม่เจอท่านพอตกตอน พบค่ำ ภายหลังจาก ทำวัตรสวดมนต์ เสร็จเรียบร้อยแล้ว พระอาจารย์ได้แอบขึ้นไปบนภูเขาลำพังผู้เดียวเงียบๆ เพื่อจะหาโอกาสพบกับชายลึกลับไม่ใส่เสื้อคนนั้นให้จงได้ เพราะมีความเชื่อว่าชายผู้นี้จะต้องอาศัยอยู่ในภูเขาแห่งใดแห่งหนึ่งแน่นอน และมีญาณทิพย์ล่วงรู้ได้เสมอว่าพระอาจารย์จำเนียรจะไปไหนมาไหนกำลังคิดอะไรจะทำ ดังจะเห็นได้จาก จากการพบปะกันครั้งก่อนๆ ชายลึกลับจะมาดักหน้ารอ พบพระอาจารย์จำเนียรทุกครั้ง ท่านเที่ยวเดิน หาตามถ้ำต่างๆใช้ไฟฉายส่องหาวนเวียนไปมาเป็นชั่วโมง ก็ไม่มีวี่แววเลยว่าชายลึกลับ จะปรากฏตัวออกมาให้เห็นอีก มาเล่าเรื่องของถ้ำ เสือแดน คนธรรพ์ กันต่อ หลวงพ่อจำเนียรท่านเล่าว่าได้มีการเข้าทรงโดยแม่ชีรูปหนึ่ง วิญญาณที่มาเข้าทรงอ้างตนว่าชื่อตั๊กขาว ได้สำแดงปาฏิหาริย์ด้วยการทำให้ร่างทรงสามารถเลื้อยขึ้นหน้าผาสูงลิ่วไปได้ อาการเลื้อยของงูไม่มีพิษ สร้างความตื่นเต้นให้กับพระเณรและแม่ชีเป็น จากนั้นร่าง ส่งก็ได้นมัสการพระอาจารย์จำเนียร แล้วก็เรียนว่ะ หาพระอาจารย์จำเนียรต้องการจะ จะพบปะสนทนากับพวกเทวดาคนธรรพ์ที่เฝ้ามหาสมบัติในภูเขาแล้วล่ะก็ ให้พระอาจารย์จำเนียรถือสัจจะ เป็นเวลา 1 ปี สัจจะนั้นมีอยู่ว่า ถ้าพูดว่าต้องลุก ต้องลุกขึ้นทันที ถ้าพูดว่าต้องนั่ง ต้องลงทันที ถ้าพูดว่าไม่ไปจะต้องไม่ไป แม้ฝนตกลงมาจะต้องยืนตากฝน แม้ไฟไหม้ใกล้ๆตัวก็จะต้องไม่หนี ต้องยืนอยู่จนกว่าจะมีเสียงลึกลับบอก ให้ไปได้ถึงจะไปได้ สรุปแล้วก็คือพูดยังไงทำอย่างนั้น ถ้าพระอาจารย์จำเนียรสามารถปฏิบัติตามสัจจะข้อนี้ได้ทุกวันทุกเวลา เป็นเวลา 1 ปีเต็ม ก็พอมีทางแก้ จะเจรจาพูดคุยกับพวกเทวดาคนธรรพ์ได้ ตามความปรารถนา เพราะว่าพวกเทวดาคนธรรพ์เขาถือว่า มนุษย์มักจะไร้สัจจะขาดสติสัมปชัญญะ อยู่เสมอ ไม่ชอบรักษาสัจจะกับตัวเองและผู้อื่น หากมนุษย์คนใดไม่ว่าจะเป็นฆราวาสหรือบรรพชิต สามารถรักษาสัจจะได้เคร่งครัด ถือได้ว่ามนุษย์ผู้นั้นมีความบริสุทธิ์บ้างพอสมควรที่เทวดาคนธรรพ์จะแสดงตนให้เห็นแล้วก็ พูดคุยด้วยได้ แล้วก็พอที่จะพาไปดูชมทรัพย์สมบัติในถ้ำได้ ตาขาวที่มาเข้าทรงนี้อ้างตัวว่า เป็นเทวดารักษา ภูเขา ในอาณาบริเวณนั้น อาจารย์จำเนียรท่านกล่าวว่า ในเรื่องการถือสัจจะตามที่ตาขาวบอก ผ่านทางขนส่งนี้ อาตมาได้คำนึงดูแล้วเห็นว่าเป็นการยาก พี่จะรับปาก เพื่อปฏิบัติได้ คนที่จะถือสัจจะได้อย่างนั้นจะต้องไปอยู่ป่าคนเดียว ถึงจะถือสัจจะได้อย่างจริงจัง ตราบใดที่ยังอยู่ในสังคมมนุษย์ก็ย่อมมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลง อยู่เสมอ จะไปถือสัจจะอย่างนั้นไม่ได้หรอก อาตมาจะชักตัวอย่างให้ฟัง อาตมาตั้งใจไว้ว่าจะไม่ยอมไปไหนจะอยู่กับวัด ถ้าบังเอิญมีเรื่องเดือดร้อนจำเป็นจะต้องไปช่วยเหลือชาวบ้านเขาอ้อนวอนตั้งหลายคำ อาตมาทนไม่ไหวก็ต้องไป หรือเช่นอาตมาสั่งแม่ชีว่าเย็นนี้ไม่ต้องหุงข้าวเตรียมไว้ต้อนรับคน คันมีคนมากันมากกระทันหัน อาตมาก็ต้องสั่งใหม่ ให้หุงข้าวเลี้ยงดูให้พอกับจำนวนคน เมื่ออาตมาทำอย่างนี้ ก็ย่อมจะเสียคำพูดเสียสัจจะ ประวัติความจำ จำเป็นมันเกิดขึ้นอย่างนี้เป็นต้น แต่ถ้าอาตมาไปอยู่ในป่าคนเดียว การถือสัจจะแค่นี้ถือได้ สบายมากเพราะอยู่ในป่าคนเดียวไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับใครนะ ความจริงอาตมาอยากจะพบปะพูดคุยกับพวกคนธรรพ์มั้ง อยากจะรู้เรื่องราว ในสมัยเมื่อพันกว่าปีมาแล้วว่ามีความเป็นมายังไงกันแน่ พระพุทธศาสนาเข้ามาในดินแดนสุวรรณภูมิเมื่อไหร่แล้วก็อะไรต่ออะไรเป็นความลึกลับพิสดารอยากจะรู้ กูอยากจะฟังจากพวกคนทัน คำว่าคนทันนี้ในหนังสือพระพุทธศาสนาในชมพูทวีป แต่งโดยศาสตราจารย์ T W L Davis ได้กล่าวไว้ว่า คนธรรพ์คือพวกนักดนตรีสวรรค์ เชื่อกันว่าเป็นเทพผู้เป็นใหญ่ ในสรวงสวรรค์ ที่มีอำนาจในการดลบันดาลให้สตรีมีครรภ์และก็คลอดบุตร เป็นเทพเจ้าที่คอยช่วยเหลือพวกมนุษย์ได้หลายอย่าง เทพเจ้าพวกนี้ทรงฤทธิ์อำนาจสามารถจำแลงร่าง อ่านเป็นมนุษย์ได้ตามใจ ปรารถนา มีเรื่องลึกลับ อีกเรื่องนึงเกิดขึ้นที่สำนักสงฆ์ถ้ำเสือ พระอาจารย์จำเนียรเล่าให้ฟังว่าระหว่างเวลาที่ ที่ผ่านมานี้ อย่าเรียกว่าผีหรือวิญญาณก็ได้ ได้มาปรากฏตัวขึ้น เป็นตัวเป็นตนให้พระ เวลานั้นพระรูปนึงสนทนาอยู่กับ นายช่วย คนเฝ้าสำนักสงฆ์ถ้ำ เสร็จแล้วก็มีชายผู้หนึ่งเดินเข้ามาหาหน้าตาเป็น แต่แปลกตรงที่มีร่างกายใหญ่โตกว่าชาวบ้านธรรมดาถึง 2 เท่าคือโตใหญ่เกินขนาดมนุษย์ ชายร่างยักษ์นั้นได้ถามว่าไหนว่าจะสร้างศาลาให้อยู่ก็ไม่เห็นซาก ตัวผีหรือว่าวิญญาณนั้นได้แสดงฤทธิ์ คือพออาตมาขึ้นไปบนเขาแล้ว มันยกคัทเอาท์ไฟออก ทำให้ไฟฟ้าในบริเวณสำนักสงฆ์ถ้ำ เหลือทุกดวงดับมืดหมดเลย อาตมาจึงสั่งให้พระเณรช่วยกันเอาลวดเบอร์ 8 ผูกคัทเอาท์ให้แน่น กับเสาร์แล้วก็เอาตะกั่วเชื่อมให้สนิทเข้าเลย จะทำให้ผีหรือวิญญาณนั้นมายก คัทเอาท์ไม่ได้ จากนั้น อาตมาได้ลงจาก มานั่งเฝ้าครับ นายช่วยวิ่งตื่นตกใจมหาตมาพลางร้องว่า คนตัวสูงใหญ่นั่นมาอีกแล้ว มันมีหมามาด้วย อาตมามองไปก็เห็นหมาส่งเสียงเห่าคำรามไล่กัดในช่วย อาตมามองไม่เห็นชายตัวใหญ่คนนั้นเห็นจะหมาเห่า แต่ในช่วยก็ยืนยันด้วยกัน บัญชีมือให้ดูว่าใช้ร่างสูงใหญ่ในยืนอยู่นั่นน่ะ จริงๆอาตมากลับมองไม่เห็น ต่อมาได้สร้างศาลาให้อยู่ ผีหรือว่าวิญญาณร่างยักษ์ก็ไม่ได้ปรากฏมารบกวน ที่เขาถ้ำเสือมีถ้ำหนึ่งชื่อถ้ำช้างแก้ว ค่ำนี้มีหินแก้วลักษณะเป็นรูปช้างหมอบอยู่เชือกนึง คนธรรพ์เล่าให้ฟังว่าในอดีตกาลนานมาแล้ว ช้างเชือกนี้เป็นโพธิสัตว์ บำเพ็ญบารมีได้มาจำศีลอยู่ในถ้ำ เมื่อถึงคราวแตกดับตามอายุขัย ร่างได้กลายเป็นแก้ว อยู่ในถ้ำตราบเท่าทุกวันนี้ แต่ว่าน่าเสียดายที่มีมนุษย์ไปรอบตัดเอาส่วนหัวช้างไป ถ้ำช้างแก้วนี้จากการนั่งตรวจสอบทั้งในโดยแม่ชี พบว่ามีสมบัติ คนโบราณฝังไว้มีค่ามหาศาล เข้าใจว่าเป็นมหาสมบัติ ส่วนเดียว กันกับที่ฝังไว้ในถ้ำอื่นๆในเขาถ้ำเสือแต่ว่าแยกย้ายฝังซ่อนไว้ ต่อไปถ้ำปลาไหล บรรยากาศในถ้ำในสงบเยือกเย็นมากมีแท่นศิลาอยู่กลางถ้ำ แท่นศิลานี้ส่งประกายระยิบระยับสวยงามราวกับประดับด้วยอัญมณี แม่ชีชอบเข้าไปนั่งสมาธิบำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐาน สิ่งแวดล้อมอันลึกลับมองไม่เห็นในถ้ำมีแปลกๆ ทำให้การภาวนาก้าวหน้ารวดเร็ว ขณะนั่งสมาธิภาวนาก็มักจะได้ยินเสียงผู้คนจำนวนมากส่งเสียงพูดคุยกันเซ็งแซ่ ที่พูดจากันก็เป็นคำโบราณยากๆ ขำก็ฟังไม่ออก เมื่อลืมตาขึ้นดูก็จะไม่พบตัวผู้คนเหล่านั้น แล้วเสียงที่พูดจากัน กันก็หายไปด้วย ถ้าใครเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาตอนนั้น อาจจะถึงเสียสติได้ แต่ถ้าข่มใจไม่กลัว บำเพ็ญเพียรภาวนาต่อไป ก็จะได้สมาธิ ผลทางภาวนาก้าวหน้าเกินคาดหมาย มีสิ่งเร้นลับแปลกประหลาด อีกอย่างนึง คือถ้าหากว่าแม่ชีรูปใด บกพร่องในศีลแล้วเข้าไปนั่ง ที่ภาวนาในถ้ำนี้ จะถูกปลาไหลยักษ์ขนาดเท่าขา เลื้อยออกมาจากรูในถ้ำ ปรากฏตัวให้เห็น ปลาไหลตัวนี้ยาวมาก แสดงอาการคุกคามจะทำร้าย แต่เมื่อได้อธิษฐานจิต ขอขมาลาโทษ ปฏิญาณว่าจะรักษาศีล โดยเคร่งครัด หลายๆอย่าง ยืนจะได้เลยหนีไป ค่ำนี้ก็เลยถูกเรียกว่า ปลาไหล ถ้ำคนธรรพ์ซึ่งคนธรรพ์เทวดาผู้ลึกลับไม่ใส่เสื้อ เล่าให้ฟัง ว่าเป็นท่านที่เก็บซ่อนมหาสมบัติ ส่วนใหญ่ไว้นั้น จากการตรวจสอบด้วยกระแสอย่างของพระและแม่ชีตรงกันวะ ค่ำนี้ ในอดีต เคยมีพระอรหันต์มาบำเพ็ญธรรม ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อยู่ 4 องค์ เป็นถ้ำที่งดงาม วิจิตรพิสดารมากมีเทวดาเฝ้ารักษา แต่ว่าน่าเสียดายที่พวกวิญญาณชั้นสูงหรือว่าคนทันได้ใช้หินปูนโบกปิด ปากถ้ำซะแล้ว ถ้ำเสือเป็นถ้ำที่ทะลุออก อีกทางหนึ่งได้ พระอาจารย์จำเนียรเล่าว่า เดิมเสือโคร่งแม่ลูกอ่อนอาศัยอยู่ในถ้ำนี้ เวลาหาอาหารมันจะเข้าและออกให้คนเห็นอยู่เสมอ จนผู้คนหวาดกลัว ไม่กล้าเสี่ยงตายเข้าไปใกล้ถ้ำนี้ก็เลยตั้งชื่อวัดถ้ำเสือ ต่อมาเสือแม่ลูกอ่อนได้พาลูกมันย้ายไปอยู่ที่อื่น พระอาจารย์จำเนียรจึงเข้ายึดเอาถ้ำนี้เป็นที่บำเพ็ญธรรม สำนักสงฆ์ถ้ำเสือมีการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานทุกวัน แม่ชีมีจำนวนมากกว่าพระเณร เพราะว่ามีแม่ชีมาจากถิ่นต่างๆ เดินทางมาปฏิบัติธรรมกันมาก เนื่องด้วยมีความศรัทธาเลื่อมใสในพระอาจารย์จำเนียร การปฏิบัติธรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 3:00 น ทุกวัน โดยเฉพาะรัก คลังสัญญาณเตรียมตัว พอเวลา 3:30 น ก็จะเริ่มทยอยกันขึ้นมาที่หอประชุม ทั้งพระทั้งเณรทั้งแม่ชี มาพร้อมกันหมด เปิดแอปการ อบรมจาก พระอาจารย์จำเนียร จนถึงเวลาประมาณ 04:30 น หยุดพักผ่อนให้ปฏิบัติกิจส่วนตัวกัน เวลา 05:30 น จะเคาะระฆัง เพื่อเตรียมเครื่องบริขารและนุ่งห่มให้เรียบร้อย เพราะเวลา 6:00 น ก็จะเริ่มออกบิณฑบาต โดยแบ่งออกเป็นสายสาย ประมาณ 6-7 สาย แต่ละสายจะมีทั้งพระทั้งเณรและแม่ชีไปด้วยกัน เดินเรียงแถว มีระเบียบเรียบร้อย แล้วก็สำรวมเคร่งครัดสายตาทอดต่ำ ตามธรรมดาวิสัย การเดินบิณฑบาตแต่ละสายใช้ระยะทางเดินประมาณ 10 กิโลเมตร เนื่องจากในระยะแถบถิ่นนั้น มีบ้านที่อยู่อาศัยน้อยแล้วก็อยู่ห่างกันมาก เมื่อบิณฑบาตกลับมาแล้วควรจะนำมารวมกันหมด ทั้งของพระของเณรและแม่ชี จากนั้นจึงแบ่งอาหารออก ของพระก็จะมีพระเป็นผู้แบ่ง หลังจากใส่บาตรของแต่ละรูป ส่วนของแม่ชีก็จะมีชีซึ่งเรียกว่าโยมเวร เป็นผู้ตักข้าวอาหาร แจกแม่ชี เมื่อแจกอาหารเสร็จ พระอาจารย์จำเนียรก็จะนำสวดการสวดมนต์สวดพร้อมกันหมด โดยสวดบทบาลีพร้อมคําแปล รวมทั้งสวดยะถาสัพพี อันเป็นบทอนุโมทนาด้วย เมื่อสวดเสร็จพระเณรจะนำบาปแยกย้ายไป ฉันที่กุฏิของตน ซึ่งฉันอาหารวันละมื้อเดียว รวมทั้งแม่ชีด้วย เมื่อฉันเสร็จก็ เวลาพัก ผ่อนอิริยาบถ บ้านเกาะทำความเพียรตาม อัธยาศัย การถึงเวลา 15:00 น ก็จะขอรัก เตือนให้ทำกิจธุระส่วนตัว เมื่อได้เวลา 16:00 น ก็จะเคาะระฆังให้เริ่มปฏิบัติธรรมสมาธิและเดินจงกรม ขณะเดียวกันก็จะเปิดเทปบรรยาย เป็นการส่งอารมณ์ไปด้วยจนถึงเวลา 18:00 น พระอาจารย์จำเนียรจะขึ้นไปอบรมเฉพาะพระสงฆ์ที่บนภูเขา จนถึงเวลา 19:00 น ก็จะเปิดเทสอบรมจิตใจ ซึ่งส่วนใหญ่ ท่านมักจะเปิดเทปที่เทศนาถึงเรื่องมารที่ขวางกั้นการ การปฏิบัติธรรม เป็นต้นว่าความง่วงเหงาหาวนอนความปวดเมื่อยความเจ็บปวดความเบื่อหน่าย และอารมณ์อื่นๆที่เป็นมารเข้ามาแทรกแซงกิจการ อุปสรรคต่อการ ปฏิบัติธรรม พระอาจารย์จำเนียรจะอบรมถึงวิธีการเอาชนะมารทั้งหลาย จนได้เวลา 19:45 น กูจะตีระฆัง ขึ้นหอประชุม เมื่อพร้อมแล้วในเวลา 20:00 น ก็จะเริ่มทำวัตรสวดมนต์ไหว้พระ จนถึงเวลา 21:30 น จึงแยกย้ายกันกลับไปปฏิบัติบำเพ็ญเพียรกันต่อไป จนถึงเวลา 23:00 น หรือว่า 2 อย่าง จึงจำวัดพักผ่อนหลับนอนกัน ปฏิปทาการปฏิบัติของสำนักสงฆ์ถ้ำเสือ ภายใต้การนำปฏิบัติของพระอาจารย์จำเนียรที่ยึดแบบอย่างมาจากพระอาจารย์ชา สุภัทโท แห่งวัดหนองป่าพงก็คือ สอนคนด้วยการ ทำให้ดู ทำเหมือนพูด พูดเหมือนทำ นับได้ว่าการปฏิบัติธรรม ทำของสำนัก สงฆ์ถ้ำเสือเป็นการปฏิบัติจริง ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่น่าเลื่อมใสศรัทธาจากสาธุ ดังที่ปรากฏว่านับตั้งแต่สำนักปฏิบัติธรรมเสือได้ก่อตั้งขึ้นมา ได้มีพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศหลั่งไหลไปชมถ้ำเสือ และปฏิบัติธรรมอยู่เสมอไม่ได้ขาด ต่างก็ได้รับผลการปฏิบัติเป็นรสชาติสมาธิทำ ความสงบเย็นใจเย็นกาย คลายจากความทุกข์ความเศร้าหมองทั่วถึงกัน ตามวาสนาบารมีของแต่ละบุคคลซึ่งย่อมไม่เหมือนกัน ที่ก้าวหน้าทั้งทางสมาธิ ความสงบใจ ทางปัญญาโลกุตระก็มีเป็นจำนวนมาก ที่เป็นแม่ชีสำเร็จฌานสมาบัติได้อภิญญามี เป็นแม่ชีกายสิทธิ์ ก็มี หลายรูปครับ

See also  คาเฟ่ขอนแก่น: เส้นทางสู่ความอร่อยและความประทับใจ